ลองภูมิชาวแค้มป์

โดย…หนอนหนังสือ…

กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่

ร่วม6เดือนที่ผ่านมาจากการระบาดของไวรัสโควิด 19  ผองเพื่อนพี่น้องส่วนใหญ่ต่างเก็บตัว ไม่ออกมาร่วมเดินทางไปท่องธรรมชาติเหมือนที่เคยเป็นมา ได้แต่พูดคุยกันทางโทรศัพท์ หรือทักทายผ่านทางสื่อออนไลน์ว่า“รอให้โควิดหายไปก่อน แล้วค่อยพบกันหรือไปเที่ยวกัน” ตัวเราได้แต่บอกว่าไวรัสตัวนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน จนกว่ามันจะลดระดับกลายเป็นโรคประจำถิ่น มีอัตราผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยคงที่ และต่อเมื่อมีการผลิตวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันได้สำเร็จนั่นแหละ มนุษย์จึงออกมาเพ่นพ่านได้ตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา

                              แต่เมื่อตอนนี้ยังควบคุมไม่ได้ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นลำดับต้นๆของโลกที่ทำได้ดีในการป้องกันและควบคุม เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตไปกับเจ้าเชื้อร้ายตัวนี้ คำว่า New Normal ที่นำมาใช้กันนั้น อีกไม่นานก็จะไม่มีคำว่า New อีกต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ว่าต้องรู้จักป้องกันตนเช่นไร

                              จากเหตุไวรัสดังกล่าว ทำให้เศรษฐกิจของประเทศลดฮวบฮาบ หลายบริษัทต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้ากับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น บางแห่งก็มีการปรับลดพนักงานให้มีจำนวนน้อยลง แต่ยังคงมีประสิทธิภาพการทำงานเช่นเดิม บางแห่งก็กำหนดให้พนักงานทำงานมากกว่า1งานที่เคยทำอยู่ อย่างบริษัทฯที่รุ่นน้องทำงานนั้น เป็นบริษัทรับจัดทำทัวร์กรุ๊ปและขายตั๋วเครื่องบิน(แต่ช่วงนี้ไม่มีใครติดต่อจัดกรุ๊ปและซื้อตั๋วฯ) จึงแปลงออฟฟิศเป็นร้านอาหารและมีการจัดส่งตามออร์เดอะ ใครมีความสามารถด้านอาหารก็ช่วยกันทำ ใครไม่มีก็ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ขายอาหารทางออนไลน์ หรือทำหน้าที่จัดส่งให้ลูกค้าที่สั่งเข้ามา นั่นก็เพื่อให้บริษัทและพนักงานต่างอยู่รอดในสภาวะเช่นนี้

                              แต่ก็มีไม่น้อยที่หลายบริษัทจำต้องปิดตัวลง รับรู้ข่าวแล้วได้แต่รู้สึกหดหู่ เมื่อหันมามองบริษัทตัวเองที่ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง(มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง) รวมทั้งจัดทำทัวร์ในรูปแบบศึกษาธรรมชาติ ได้แต่หวังว่าพวกเราจะร่วมใจกัดฟันต่อสู้ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้ หาไม่แล้วเราก็คงจะเป็นเหมือน…

                              หลายปีมานี้หลายบริษัทนำเข้าอุปกรณ์แค้มปิ้งมาจากต่างประเทศ คงไม่ต้องบอกนะว่าประเทศใด ด้วยรสนิยมและความเชื่อที่ว่าของต่างประเทศย่อมดีกว่าทำในไทย ทำให้ยอดขายของเราลดลง ถึงกระนั้นเราก็ยังมีส่วนแบ่งในตลาดจากลูกค้าที่ยังเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและการบริการของเรา ทุกวันนี้ลูกค้าที่นำสินค้ามาซ่อม กว่า90%เป็นยี่ห้ออื่น ไม่ใช่ของเรา แต่เราก็ยังยินดีบริการในการซ่อมให้ด้วยความเต็มใจเสมอ

ภูสวนทราย จ.เลย

                              ส่วนเรื่องทัวร์ บอกตามตรงว่าขายได้ยากมากขึ้น จากเหตุที่มีบริษัทจัดนำเที่ยวผุดราวกับดอกเห็ดในหน้าฝน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่กลับเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ทุกบริษัทฯต่างพัฒนาในเรื่องรูปแบบการจัดและการบริการให้ดียิ่งๆขึ้น ที่น่ากลัวกว่ากลับเป็นผู้จัดนำเที่ยวทางออนไลน์ประเภทไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว พวกเขาอาศัยการขายทางออนไลน์ ไม่ต้องมีสำนักงาน ใช้คนเพียง 1-2 คน ในการจัดการ และทำราคาได้ถูกกว่าบริษัททัวร์ทั่วไป เพราะไม่มีค่าบริหาร ค่าการจัดการ  ค่าเลี้ยงดูพนักงาน และไม่ต้องเสียภาษีฯ โดยมีรูปแบบชักชวนที่น่าสนใจมากมาย เช่น ชวนเที่ยว รวมพลคนเที่ยว เป็นต้น

                              บ่อยครั้งที่ผู้เขียนพบลูกค้าประจำของบริษัทฯที่ไปกับกลุ่มดังกล่าวในสถานที่ท่องเที่ยว ก็ได้ทักทายกันด้วยความดีใจตามประสาคนคุ้นเคย ใจหนึ่งก็อยากถามว่าทางเรามีข้อบกพร่องด้านใดหรือ? ถึงไม่ได้มาใช้บริการท่องเที่ยวดั่งเคย แต่ใจหนึ่งคิดว่าก็เสมือนทานอาหาร ทานข้าวแกงทุกวันก็เบื่อ ย่อมอยากทานอาหารประเภทอื่นที่สร้างอรรถรสให้แก่ปากของตนเอง ที่สำคัญสุดๆก็คือ“ราคาถูก” โดนใจมากกกกก

                              นอกเรื่องไปยาวเหยียดเลย เรามาว่ากันเรื่องของเรากันดีกว่า ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ ผู้เขียนและทีมงานขอกล่าวคำว่า“ส.ค.ส.”(ย่อมาจากคำว่า“ส่งความสุข”) ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกายและใจ รวมทั้งประสพความสำเร็จในชีวิตในหน้าที่การงาน

อึ่งน้ำเต้า

                              เฉลยคำตอบฉบับที่177 ง. อึ่งน้ำเต้า เป็นสัตว์ที่พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

                              “อึ่งน้ำเต้า” มีชื่อท้องถิ่นว่าเขียดน้ำเต้า เขียดบักแอะ และอึ่งจิ๋ว ชื่อสามัญ Mukhlesur’s Narrow-mouthed Frog ชื่อวิทยฯ Microhyla mukhlesuri Hasan, Islam, Kuramoto, Kurabayashi & Sumida, 2014 วงศ์ย่อย MICROPHYLINAE วงศ์ MICROPHYLIDAE เป็นอึ่งขนาดเล็ก มีความยาวจากหัวถึงก้น 2.3-3 ซม. เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย หัวเล็กแหลม หน้าสั้น ระยะห่างระหว่างตากว้างกว่าความกว้างเปลือกตา แผ่นหูไม่ปรากฏ ลำตัวสีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลเทา หรือสีเทา บนหลังมีลายเส้นสีน้ำตาลเข้มและสีดำคล้ายรูปน้ำเต้าจีนหรือรูปนาฬิกาทราย ลายนี้มีความหลากหลายในรูปแบบและความเข้ม บางตัวชัดเจนมาก บางตัวแทบไม่มีลายเลย โดยเฉพาะเพศเมียมักมีลวดลายไม่ค่อยชัดเจน ข้างหัวและสีข้างมีแถบสีดำที่มีขอบไม่แน่นอน คอและอกสีเทาหรือสีน้ำตาลประจุดสีขาว ท้องสีครีม ขามีลายพาดสีน้ำตาลเข้มสลับสีน้ำตาลอ่อน นิ้วเรียวยาวพองออกตอนปลาย แต่ไม่เป็นแผ่นกลม มือไม่มีพังผืด มีปุ่มบนฝ่ามือ3ปุ่ม โดยปุ่มกลางมีขนาดเล็กสุด ตีนมีพังผืดเล็กน้อย มีปุ่มบนฝ่าเท้าด้านใน1ปุ่มและด้านนอก1ปุ่ม ฝ่าเท้าสีดำ

                              เพศผู้มีถุงขยายเสียงบริเวณคางที่มีสีคล้ำหรือสีดำ ท้องและใต้แขนขาสีขาวออกเหลือง ใต้ฝ่ามือและฝ่าเท้ามีสีคล้ำกว่าท้อง

                              มีความว่องไวและกระโดดได้ไกลหลายจังหวะติดต่อกัน แต่มักหมอบนิ่งอยู่กับที่เมื่อกระโดดไปแล้ว เพื่ออาศัยการพรางตัวหลบเลี่ยงการสังเกตของศัตรู ออกลูกเป็นไข่ตามแอ่งน้ำขังหรือแอ่งน้ำริมลำธาร มักอยู่รวมกันขณะฝนตก พร้อมกับส่งเสียงร้องดัง เมื่อส่องไฟไปกระทบตัวจะหมอบราบกับพื้น

                              อาศัยอยู่ตามพื้น ใต้ใบไม้ กอพืช ขอนไม้ และวัสดุที่กองอยู่ตามพื้นป่า พบได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคม

อึ่งน้ำเต้าตัวเต็มวัย(A) และตัวไม่เต็มวัย(B) เครดิตภาพจาก
https://www.researchgate.net/publication/328875516 

                              สกุลนี้ทั่วโลกพบ 33 ชนิด ในประเทศไทยพบ 8 ชนิด สำหรับชนิดนี้พบตามชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำจืดตามพื้นราบ ตลอดจนบนภูเขาที่มีความสูงจากระดับทะเลฯได้ถึง 2,000 เมตร ทั่วทุกภาค

                              แพร่กระจายในอินเดีย บังกลาเทศ จีนตอนใต้ เมียนมาร์ ภูมิภาคอินโดจีน(ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

                              ชื่อสกุล Microhyla มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ(ทำนองเดียวกับชื่อวงศ์) คือคำว่า micro แปลว่า เล็ก และคำว่า hyle แปลว่า ป่า ความหมายก็คือ“กลุ่มอึ่งที่มีขนาดเล็ก” ส่วนชื่อชนิด mukhlesuri ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นเกียรติแก่ Dr. Md. Mukhlesur ศจ.ภาควิชาชีววิทยาและพันธุศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยเกษตรบังกลาเทศ ผู้ซึ่งทำการวิจัยสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยฯกับสถาบันชีววิทยาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น โดยชนิดนี้พบครั้งแรกของโลกที่ Raozan เมืองจิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ

กบหงอนเลาหะจินดา

                              “กบหงอนเลาหะจินดา” หรือเรียกว่า“กบหงอนอาจารย์วีรยุทธ์” ชื่อสามัญ Lauhachinda’s Fanged Frog ชื่อวิทยฯ Limnonectes lauhachindai Anchalee Aowphol, Attapol Rujirawan, Wut Taksintum, Yodchaiy Chuaynkern & Bryan L. Stuart, 2015 วงศ์ย่อย DICROGLOSSINAE วงศ์ DICROGLOSSIDAE เป็นกบขนาดกลาง ลำตัวมีรูปร่างป้อม มีหนังนูนเป็นสันจากหางตาถึงไหล่ ปากสีน้ำตาลสลับสีดำ บางตัวอาจมีแถบสีครีมพาดจากปลายจมูกไปจนถึงกลางก้น มีเขี้ยวเทียมที่ขากรรไกรล่าง หลังสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้ม คางสีน้ำตาลเข้ม คอมีลายแต้มสีน้ำตาล ลำตัวและขาหลังเต็มไปด้วยตุ่มสีดำปลายขาวหลายขนาดกระจายห่างๆ แต่จะมีหนาแน่นทางตอนท้ายลำตัวและด้านข้าง ระยะห่างระหว่างตากว้างกว่าความกว้างของเปลือกตา แผ่นหูขนาดเล็กกว่าตาและมีสีเดียวกับผิวลำตัว ท้องเรียบสีขาวครีม ขาสั้นป้อม ใต้ขามีลายจุดขนาดเล็กละเอียดสีน้ำตาลอยู่ทั่ว มือไม่มีพังผืด ส่วนตีนมีพังผืดเกือบเต็มความยาวนิ้ว ปลายนิ้วพองเป็นปุ่มขนาดเล็ก

                              ทั้ง2เพศมีความแตกต่างกัน โดยเพศผู้มีความยาวจากหัวถึงก้นประมาณ 3.5-4.2 ซม. มีหัวโตกว้างอย่างชัดเจน บริเวณท้ายทอยมีแผ่นหนังนูนยื่นพับไปทางด้านท้าย ส่วนปลายแผ่นหนังค่อนข้างแหลม ดูคล้ายรูปตัววี(V) และมีถุงขยายเสียงบริเวณคาง ส่วนเพศเมียมีความยาวจากหัวถึงก้นประมาณ 3-3.77 ซม. ไม่มีแผ่นหนังที่ท้ายทอยเหมือนเพศผู้

                              พบตามแอ่งน้ำขังบนลานหินกลางทุ่งหญ้า และตามลำธารที่มีท้องน้ำเป็นลานหินในป่าเต็งรังชุ่มชื้นที่มีความสูงจากระดับทะเลฯตั้งแต่ 131-360 เมตร ปัจจุบันมีรายงานการพบเฉพาะในพื้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.อุบลราชธานี เท่านั้น

กบหงอนเลาหะจินดา

                              เป็นกบชนิดใหม่ของโลกที่มีรายงานการค้นพบครั้งแรกในพื้นที่ ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งคณะนักวิจัย(โดย ดร. อัญชลี เอาผล อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับนักวิจัยชาวไทยและต่างประเทศ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2555-2558)ได้ตั้งชื่อชนิด lauhachindai เพื่อเป็นเกียรติแก่ รองศาสตราจารย์ ดร. วีรยุทธ์ เลาหะจินดา อดีตอาจารย์ประจำภาควิชา สัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่อุทิศเวลาเพื่อการสอนและการวิจัยทางด้านสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลานของประเทศไทย จนผลงานเป็นที่ประจักษ์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

เขียดงูหัวแหลม

                              “เขียดงูหัวแหลม” ชื่อสามัญ Pointed-snouted Caecilian ชื่อวิทยฯ Ichthyophis acuminatus Taylor, 1960 วงศ์ ICHTHYOPHIIDAE มีลำตัวยาวคล้ายงู ไม่มีขา มีความยาวจากหัวถึงปลายหางราว 30-50 ซม. ปลายหัวยาวแหลม ผิวหนังลำตัวเป็นปล้องรอบลำตัวราว 315 ปล้อง หางสั้นมาก ปลายหางแหลม ตามีขนาดเล็ก ลำตัวสีน้ำตาลเทาอมม่วง ท้องสีอ่อนกว่าด้านบน บริเวณคอ ใต้คาง และก้นไม่มีสีเหลืองสีครีม และไม่มีลายแถบตามสีข้าง

                              สกุลนี้ในประเทศไทยมีรายงานการพบ 6 ชนิด สำหรับชนิดนี้พบอาศัยตามป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา และป่าดิบเขา มักซ่อนตัวใต้กองใบไม้ร่วงหรือใต้ขอนไม้ล้มใกล้ลำห้วยขนาดเล็ก ปัจจุบันมีรายงานการพบเฉพาะใน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง

                              ชื่อสกุล Ichthyophis มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือคำว่า ikhthys แปลว่า ปลา และคำว่า ophis แปลว่า งู ความหมายก็คือ“สัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายงู และมีหางคล้ายปลา” ชื่อชนิด acuminatus เป็นภาษาละติน แปลว่า แหลม ชื่อภาษาอังกฤษใช้คำว่า“Caecilian” มาจากภาษาละตินใหม่ว่า caecus แปลว่า ตาบอด ซึ่งคาดว่ามาจากการใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินที่ไม่มีแสง ไม่ต้องใช้สายตา การเคลื่อนไหวมักใช้ประสาทสัมผัส ส่วนชื่อไทยตั้งตามลักษณะของเขียดงูชนิดนี้ที่หัวมีรูปร่างค่อนข้างแหลมกว่าชนิดอื่น โดยพบชนิดนี้ครั้งแรกของโลกที่แม่วังวัลเล่ย์ จ.เชียงใหม่

อึ่งกรายห้วยใหญ่

                              “อึ่งกรายห้วยใหญ่” ชื่อสามัญ Greater Stream Horned Frog ชื่อวิทยฯ Megophrys major Boulenger, 1908(รูปB09 ไม่ต้องใส่คำบรรยายใต้ภาพ) วงศ์ MEGOPHRYIDAE เป็นอึ่งกรายขนาดกลาง ความยาวจากหัวถึงก้น 6.8-9.4 ซม. รูปร่างคล้ายคางคก แต่มีผิวเรียบ ไมเป็นปุ่มปม ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลอมเทา หรือสีน้ำตาลอมแดง หัวกว้างพอๆกับลำตัว จมูกเป็นสัน ตาสีแดงคล้ำ รูม่านตาหดตัวในแนวตั้งแบบตาแมว เปลือกตาบนมีแต้มสีเข้มรูปสามเหลี่ยม เปลือกตาล่างสีขาว บนหัวและหลังมีลายสามเหลี่ยมสีน้ำตาลเข้ม มีแถบสีดำจากปลายจมูกผ่านตา แผ่นหู ถึงโคนขา ดูคล้ายคาดหน้ากาก ปากกว้าง ริมฝีปากบนสีครีม ขอบปากล่างและคางมีจุดสีขาว เพดานปากบนและล่างมีเขี้ยวเทียมขนาดเล็ก ข้างลำตัวมีจุดประและแต้มสีเหลือง รวมทั้งอาจมีปุ่มเล็กน้อย อกสีน้ำตาลแดงและมีแต้มประสีเหลืองบริเวณคาง อกช่วงโคนขามีต่อมสีขาว 1 คู่ ดูคล้ายหัวนม ซอกขาและท้องส่วนล่างมีสีเหลือง ขามีลายพาดขวางสีเข้ม ใต้ขาสีดำ นิ้วยาวเรียว ปลายนิ้วทู่ มือไม่มีพังผืด ตีนมีพังผืดเล็กน้อย

                              เวลากลางวันมักพบซ่อนตัวใต้พูพอนรากไม้ และเริ่มออกหากินในตอนค่ำ โดยออกหาอาหารบริเวณใกล้ลำธารหรือในลำธารขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางที่มีน้ำไหลเชี่ยว พบตามก้อนหิน หรืออาจพบเกาะอยู่บนต้นไม้สูงกว่า 2 เมตร กินแมลงและสัตว์เล็กๆเป็นอาหาร

                              บริเวณที่พบอึ่งกรายห้วยใหญ่นั้น อาจพบอึ่งกรายห้วยชนิดอื่นปะปนอยู่ด้วย

                              ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนธันวาคม โดยเพศผู้จะออกจากที่ซ่อนตัวในเวลากลางวัน มาร้องเรียกตัวเมียบริเวณริมลำธารที่มีแก่งหิน เสียงร้องดัง“แว๊กๆๆๆๆ” ติดต่อกันเป็นจังหวะ เพศผู้จะแย่งกันผสมพันธุ์กับเพศเมีย อาจมีการต่อสู้และกัดกันเสียนิ้วเท้าบ้างเล็กน้อย เพศเมียวางไข่ตามซอกหินที่มีอยู่ระเกะระกะและมีใบไม้ทับถมตามซอกหินอยู่หนาแน่น หรือรากไม้ตามตลิ่งที่มีน้ำไหลเอื่อยจนถึงไหลแรงปานกลาง ไข่มีสีขาวนวล

                              ช่วงวัยลูกอ๊อดมีลำตัวเพรียวยาว คล้ายลูกอ๊อดอึ่งกรายห้วยทั่วไป ซึ่งเป็นการยากในการแยกชนิดด้วยตาเปล่า ในเวลากลางวันจะซ่อนตัวตามซอกหินหรือใต้ใบไม้ และออกหากินในเวลากลางคืน ซึ่งมีปากบานออกไว้ดักอาหารขนาดเล็ก

อึ่งกรายห้วยใหญ่

                              อึ่งกรายห้วยใหญ่วัยเด็กจะมีลายขอบปากสีขาวไม่ชัดเจน มักพบตามพื้นป่าที่ค่อนข้างไกลจากลำธาร

                              ทั่วโลกพบสกุลนี้ 37 ชนิด ในเมืองไทยพบ 6 ชนิด สำหรับชนิดนี้มักอาศัยหลบซ่อนตัวริมลำธารที่เป็นแก่งหินมีโขดหินระเกะระกะ หรือตามพื้นดินที่ชุ่มชื้นบริเวณโคนต้นไม้ในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณชื้น และป่าดิบเขาที่มีความสูงจากระดับทะเลฯตั้งแต่ 250-2,500 เมตร ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

                              แพร่กระจายในอินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน จีนตอนใต้ เมียนมาร์ และภูมิภาคอินโดจีน(ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม)

                              ชื่อสกุล Megophrys มีที่มาเช่นเดียวกับชื่อวงศ์ โดยมาจากภาษากรีก 2 คำ คือคำว่า mega แปลว่า ใหญ่ และคำว่า ophrys แปลว่า คิ้ว หมายความถึง“สันเหนือตาที่มีขนาดใหญ่และยื่นออกมาชัดเจน” ส่วนชื่อชนิด major มาจากภาษาละติน แปลว่า ใหญ่ หมายความถึง“มีขนาดตัวใหญ่กว่าชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน” อนึ่งชนิดนี้พบครั้งแรกของโลกบนเทือกเขากาสี(Khasi Hills) เมืองดาร์จีลิ่ง รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย


                            ผู้โชคดีที่ตอบถูกและได้รับรางวัล คือ “กระเป๋าคาดเอวเข็มขัด รุ่น A30” รหัส 602-129 มูลค่า 5250 บาท จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ TM1247 , TM1301 , TM1356 , TM1422 และคุณดนัย สุขธนทรัพย์


คำถามฉบับที่178

ในช่วงหน้าฝนจะมีเห็ดออกชุกชุมมากกว่าฤดูอื่น บางชนิดที่ทานได้ก็จะมีชาวบ้านเข้าไปเก็บเพื่อนำไปทาน บ้างเก็บได้จำนวนมากก็นำไปขายเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ลองทายกันครับว่าเห็ดชนิดใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน


ก. เห็ดขมิ้นหอม(Craterellus odoratus Fries)

ข. เห็ดหมวกคุ่ม(Coprinus disseminates S.F.Gray)

ค. เห็ดปะการัง วงศ์ CLAVARIACEAE

ง. เห็ดกระโถน(Gomphus floccopus Singer)

                             เชิญร่วมสนุกลุ้นรับโชค 5 รางวัล ด้วยการร่วมสนุกทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ(https://www.e-travelmart.com/quiz-game-of-camp/ ) , เฟสบุ๊ค Travel Mart สื่อเดินทาง หรือ line @travelmart หมดเขตรับคำตอบภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2563

                              ทั้งนี้ขอความกรุณากรอกชื่อ-นามสกุล ที่อยู่อย่างละเอียด พร้อมรหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ และอีเมล์ มีหลายท่านที่ตอบมาถูกต้อง แต่เราคงไม่สามารถจัดส่งรางวัลให้ได้ เพราะบอกแค่ชื่อ-นามสกุล เลขที่บ้าน แล้วก็ชื่ออำเภอและจังหวัด หากมีเบอร์โทรหรืออีเมล์ เราจะได้โทรหรืออีเมล์ถามขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีให้เราติดต่อสอบถามซะอย่างนั้น เพื่อเป็นกติกาเดียวกัน เราขอกำหนดว่าผู้นั้นสละสิทธิ์ในการลุ้นรางวัล หากมีรายละเอียดไม่ชัดเจนดังกล่าว

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

    ก. เห็ดขมิ้นหอม(Craterellus odoratus Fries)ข. เห็ดหมวกคุ่ม(Coprinus disseminates S.F.Gray)ค. เห็ดปะการัง วงศ์ CLAVARIACEAEง. เห็ดกระโถน(Gomphus floccopus Singer)