www.E-Travelmart.com
    บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด

หน้าหลัก
เกี่ยวกับบริษัทฯ
สินค้าและผลิตภัณฑ์
โปรโมชั่น
วิธีการรับสินค้า/การชำระเงิน
สโมสร TRAVEL MART
การก่อตั้งและวัตถุประสงค์ของสโมสรฯ
การสมัครสมาชิกฯ สโมสรฯ
สิทธิประโยชน์สมาชิกฯ ปี 56
Let's enjoy nature
เทคนิคแค้มป์
คลีนิคแค้มป์
ลองภูมิชาวแค้มป์
บทความอนุรักษ์ธรรมชาติ
ถอดรหัสธรรมชาติ
แนะนำแหล่งท่องเที่ยว
สัตว์ป่าและไม้ป่าน่ารู้
บริการรับจัดกรุ๊ป
ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
บริการให้คำปรึกษา-แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย
ถาม-ตอบ
บริการอื่นๆ
ข่าวประชาสัมพันธ์/Charity
ลิงค์เพื่อนบ้าน
แผนผังเว็บไซต์

 


ส่องกล้องดูนกในอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ




"
แผนที่ จ.สมุทรปราการ"

 
บางพลีเป็นอำเภอที่มีพื้นที่มากที่สุดในจังหวัดสมุทรปราการ ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ในพื้นที่แห่งนี้แม้จะมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากมาย แต่ก็มีทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำกระจัดกระจายอยู่มากมาย โดยเฉพาะคลองลำน้ำที่เชื่อมโยงต่อกันเป็นจำนวนมาก ส่วนทุ่งนาก็ยังพอมีอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของพื้นที่ที่ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาสลิด ถึงกระนั้นผู้เขียนก็ใช้เวลาในการส่องกล้องดูนกและบันทึกรายงานการพบนกในพื้นที่แห่งนี้ได้ถึง 45 ชนิด โดยข้อมูลต่อไปนี้จะจัดเรียงลำดับตามวงศ์ สกุล และชนิด
 
1. นกกะเต็นอกขาว
 
ชื่อสามัญ : White-throated Kingfisher
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Halcyon smyrnensis
 
วงศ์ : ALCEDINIDAE (วงศ์นกกะเต็น)


"
นกกะเต็นอกขาว"


มีขนาด 27-29.5 ซม. บริเวณหัว ไหล่ หลังตอนบน และท้องมีสีน้ำตาลเข้ม คอและอกสีขาว ปากสีแดงสด บริเวณปีก หลัง และหางสีฟ้าเข้ม หลังตอนล่างและตะโพกสีฟ้าวาว แข้งและตีนสีแดง ขณะบินมองเห็นแถบใหญ่สีขาวที่ปีกได้ชัดเจน
 
พบได้ตามทุ่งนา แหล่งน้ำ ตลอดจนตามแหล่งน้ำในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,500 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
2. นกแอ่นบ้าน
 
ชื่อสามัญ : House Swift
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Apus affinis
 
วงศ์ : APODIDAE (วงศ์นกแอ่นบินเร็ว)


"นกแอ่นบ้าน"


"นกแอ่นบ้าน"


มีขนาด 15 ซม. ลำตัวสีดำเหลือบน้ำเงิน คอและตะโพกสีขาว มองเห็นได้ชัด ปลายปีกมน ปลายหางตัดหรือเว้าเล็กน้อย ชอบทำรังตามชายคาตึกและอาคารสูง ตลอดจนตามโพรงถ้ำบนเกาะแก่งกลางท้องทะเล
 
พบได้ตามบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่โล่งๆ เกาะแก่งกลางท้องทะเล ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,800 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
3. นกขมิ้นน้อยธรรมดา
 
ชื่อสามัญ : Common Iora
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aegithina tiphia
 
วงศ์ : CHLOROPSEIDAE (วงศ์นกขมิ้นน้อย และนกเขียวก้านตอง)


"
นกขมิ้นน้อยธรรมดา..ตัวเมีย"


มีขนาด 12-14.5 ซม. ปากสีเทา ตัวผู้มีหัวและลำตัวด้านบนสีเขียวแกมเหลือง ลำตัวด้านล่างสีเหลืองสดกว่า ปีกมีแถบสีขาว2แถบ หางสีดำ ส่วนตัวเมียมีรอบตาสีเหลือง ลำตัวสีซีดกว่า ปีกสีคล้ำและแถบสีขาวที่ปีกนั้นไม่เด่นชัดเท่าตัวผู้
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ ป่าชายเลน ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 825 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อย หรือพบบ่อยในบางพื้นที่
 
4. นกพิราบป่า
 
ชื่อท้องถิ่น : นกพิราบ(ทั่วไป)
 
ชื่อสามัญ : Rock Pigeon
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Columba livia
 
วงศ์ : COLUMBIDAE (วงศ์นกเขาและนกลุมพู)


"นกพิราบป่า"


"นกพิราบป่า"


มีขนาด 33-34 ซม. โดยทั่วไปหัวมีสีเทาเข้ม หลังและอกมีสีเข้มกว่า ปีกสีเทาอ่อน แถบปีกสีดำ ปลายหางสีดำ ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย คอมีสีเหลือบเขียวมากกว่า เป็นนกที่ปรับตัวเข้ากับสภาพธรรมชาติตามถิ่นที่อยู่ รวมทั้งผสมพันธุ์จนมีสีขนและขนาดที่หลากหลาย
 
พบได้ตามบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และหน้าผาหิน ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
5. นกเขาชวา
 
ชื่อสามัญ : Peaceful Dove
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Geopelia striata
 
วงศ์ : COLUMBIDAE (วงศ์นกเขาและนกลุมพู)


"
นกเขาชวา"


มีขนาด 21-21.5 ซม. ลำตัวสีน้ำตาลแกมเทา มีลายขวางสีดำที่คอ ลำตัว และปีก แข้งและตีนสีแดง ตัวผู้มีหน้าสีเทาแกมฟ้า ข้างคอสีเทา ส่วนตัวเมียมีหน้าสีน้ำตาลมากกว่า และมีลายตั้งแต่อกจรดท้อง
 
พบได้ตามสวน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่งต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,030 เมตร ทางภาคเหนือตอนล่าง บางแห่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
6. นกเขาใหญ่
 
ชื่อสามัญ : Spotted Dove
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streptopelia chinensis
 
วงศ์ : COLUMBIDAE (วงศ์นกเขาและนกลุมพู)


"
นกเขาใหญ่"


มีขนาด 30-31 ซม. หัวสีเทา คอและลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลแกมม่วง หลังคอมีแถบสีดำและมีจุดสีขาวกระจาย หลังสีน้ำตาล หางยาว ปลายหางสีขาว
 
พบได้ตามสวน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่งต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,040 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
7. นกเขาไฟ
 
ชื่อสามัญ : Red Collared Dove
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streptopelia tranquebarica
 
วงศ์ : COLUMBIDAE (วงศ์นกเขาและนกลุมพู)


"นกเขาไฟ..ตัวผู้"


"นกเขาไฟ..ตัวเมีย"


มีขนาด 23-24.5 ซม. ตัวผู้มีหัวสีเทา ท้ายทอยด้านล่างมีแถบคาดสีดำ ลำตัวสีน้ำตาลแดงแกมม่วง ปีกและหลังสีเข้มกว่าท้อง ขนปีกสีเทาดำ ตะโพกสีเทา ใต้หางสีขาว ขนหางคู่นอกๆประมาณครึ่งหนึ่งมีสีขาว ส่วนตัวเมียมีสีน้ำตาล
 
พบได้ตามสวน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่งต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,200 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
8. นกตะขาบทุ่ง
 
ชื่อสามัญ : Indian Roller
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coracias benghalensis
 
วงศ์ : CORACIIDAE (วงศ์นกตะขาบ)


"
นกตะขาบทุ่ง"


มีขนาด 33 ซม. ปากสีดำ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเขียวคล้ำ ลำตัวด้านล่างสีม่วงแกมน้ำตาล คอและอกตอนบนมีลายขีดเล็กๆสีฟ้า ขณะบินนั้นปีกและหางมีสีฟ้าสดสลับสีน้ำเงินเข้ม
 
พบได้ตามทุ่งนา พื้นที่เกษตรกรรม ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,500 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นบางแห่งในภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
9. อีกา
 
ชื่อสามัญ : Large-billed Crow
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Corvus macrorhynchos
 
วงศ์ : CORVIDAE (วงศ์กา)


"
อีกา"


มีขนาด 48-59 ซม. ขนลำตัวสีดำสนิท หน้าผากตั้งเป็นสัน ปากขนาดใหญ่ ยาว และหนาเป็นสัน
 
พบได้ตามสวน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม ชายป่า เกาะแก่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,565 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
10. นกกระปูดเล็ก
 
ชื่อท้องถิ่น : นกกะปูดเล็ก(ทั่วไป)
 
ชื่อสามัญ : Lesser Coucal
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centropus bengalensis
 
วงศ์ : CUCULIDAE (วงศ์นกคัคคู)


"นกกระปูดเล็ก"


"นกกระปูดเล็ก"


มีขนาด 38 ซม. บริเวณหัว คอ และหลังมีสีน้ำตาลแกมเทา และมีลายขีดสีน้ำตาลอ่อนกระจาย ปีกสีน้ำตาลแดง หางสีน้ำตาลและมีลายขวาง ปลายหางสีดำ ในช่วงฤดูผสมพันธุ์มีลักษณะคล้ายนกกระปูดใหญ่ บริเวณหัว คอ อก ท้อง และหางมีสีดำ และมีลายขีดสีขาวที่หัวและหลัง
 
พบได้ตามสวน ชุมชน ทุ่งหญ้า ทุ่งนา มักพบใกล้แหล่งน้ำ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,830 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
11. นกกระปูดใหญ่
 
ชื่อท้องถิ่น : นกกะปูดใหญ่(ทั่วไป)
 
ชื่อสามัญ : Greater Coucal
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centropus sinensis
 
วงศ์ : CUCULIDAE (วงศ์นกคัคคู)


"
นกกระปูดใหญ่"


มีขนาด 53 ซม. ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านกกระปูดชนิดอื่น บริเวณหัว คอ ลำตัวด้านล่าง และหางมีสีดำเหลือบม่วง หลังและปีกสีน้ำตาลแดง ในช่วงวัยอ่อนนั้นหัวและลำตัวมีจุดสีขาว หลังและปีกมีลายขวางสีเข้ม
 
พบได้ตามสวน ชุมชน ทุ่งหญ้า ทุ่งนา ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,525 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
12. นกกาเหว่า
 
ชื่อท้องถิ่น : กาเหว่า , ดุเหว่า(ทั่วไป)
 
ชื่อสามัญ : Asian Koel
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eudynamys scolopacea
 
วงศ์ : CUCULIDAE (วงศ์นกคัคคู)


"นกกาเหว่า..ตัวผู้"


"นกกาเหว่า..ตัวเมีย"


มีขนาด 40-44 ซม. ปากหนามีสีออกเขียว หางยาว ตัวผู้มีขนลำตัวสีดำเหลือบเขียว ตาสีแดงเข้ม ส่วนตัวเมียมีขนลำตัวสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลดำ มีลายจุดและลายขวางสีขาวและสีน้ำตาลอ่อน
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,220 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นบางแห่งในภาคเหนือ บางแห่งในภาคใต้ และเกือบทั้งหมดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก บางส่วนเป็นนกอพยพ
 
13. นกสีชมพูสวน
 
ชื่อสามัญ : Scarlet-backed Flowerpecker
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dicaeum cruentatum
 
วงศ์ : DICAEIDAE (วงศ์นกกาฝาก)


"นกสีชมพูสวน..ตัวผู้"


"นกสีชมพูสวน..ตัวเมีย"


มีขนาด 8.5-9 ซม. ตัวผู้นั้นข้างหัว อกตอนบน หลัง และหางมีสีดำ หน้าผากถึงตะโพกเป็นแถบยาวสีแดงสด บริเวณคอ กลางอก และลำตัวด้านล่างสีขาว สีข้างมีสีเทาแกมดำ ส่วนตัวเมียมีหัวและลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ลำตัวด้านล่างสีขาวแกมเทา ปีกและหางสีดำ ตะโพกและขนคลุมหางสีแดงสด
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ ชายป่า ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,220 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
14. นกกระติ๊ดขี้หมู
 
ชื่อสามัญ : Scaly-breasted Munia
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lonchura punctulata
 
วงศ์ : ESTRILDIDAE (วงศ์นกกระติ๊ด)


"นกกระติ๊ดขี้หมู"


"ลูกนกกระติ๊ดขี้หมู"


มีขนาด 12-12.5 ซม. บริเวณหัว อก และลำตัวด้านบนสีน้ำตาลเข้ม ปากสีดำ ลำตัวด้านล่างสีขาวแกมเทา และมีลายเกล็ดสีน้ำตาล กลางท้องถึงก้นสีขาว หางสีน้ำตาลแกมเหลือง ในช่วงวัยอ่อนนั้นลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ไม่มีลายเกล็ดที่อก ปากล่างสีอ่อนกว่าปากบน บางครั้งอาจพบอยู่รวมกันเป็นฝูงหลายร้อยตัว
 
พบได้ตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ พื้นที่เปิดโล่งใกล้ชุมชน ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,500 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคกลางตอนล่าง และหลายแห่งในภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
15. นกนางแอ่นบ้าน
 
ชื่อสามัญ : Barn Swallow
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hirundo rustica
 
วงศ์ : HIRUNDINIDAE (วงศ์นกนางแอ่น)


"
นกนางแอ่นบ้าน"


มีขนาด 14-15 ซม. ลำตัวด้านบนสีดำเหลือบน้ำเงินเป็นมัน หน้าผากและคอสีน้ำตาลแดงเข้ม และมีแถบพาดอกเป็นสีดำเหลือบน้ำเงิน ลำตัวด้านล่างและขนคลุมใต้ปีกสีขาว หางแฉกลึก ขนหางคู่นอกยาวที่สุด และจะยาวมากขึ้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ขนหางแต่ละเส้นยกเว้นคู่ในสุดมีจุดสีขาว ในช่วงวัยอ่อนนั้นลำตัวด้านบนมีสีดำแกมน้ำตาล แถบคาดอกสีดำ หน้าผากและคอสีน้ำตาล
 
พบได้ตามบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่เปิดโล่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,565 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่นและนกอพยพ พบบ่อยมาก
 
16. นกตีทอง
 
ชื่อสามัญ : Coppersmith Barbet
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Megalaima haemacephala
 
วงศ์ : MEGALAIMIDAE (วงศ์นกโพระดก)


"
นกตีทอง"


มีขนาด 16-17 ซม. หน้าผากสีแดง ใบหน้าสีดำ ด้านบนและด้านล่างของตามีแถบสีเหลือง คอสีเหลือง คอด้านล่างมีแถบสีแดง อกตอนบนสีเหลือง อกตอนล่างและท้องสีขาวแกมเหลืองและมีลายขีดสีเขียว
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ชุมชน สวนผลไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 915 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
17. นกจับแมลงสีน้ำตาล
 
ชื่อสามัญ : Asian Brown Flycatcher
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Muscicapa dauurica
 
วงศ์ : MUSCICAPIDAE (วงศ์นกจับแมลง)


"
นกจับแมลงสีน้ำตาล"


มีขนาด 13-14 ซม. หัวและลำตัวด้านบนสีน้ำตาลจนถึงสีเทาแกมน้ำตาล หัวและวงตาสีขาว โคนปากล่างสีเหลืองหรือสีเนื้อ ปลายปากสีดำ คอและลำตัวด้านล่างสีขาวแกมเทา อกมีลายขีดเล็กๆ หรือเรียบไม่มีลาย ปีกมีแถบแคบๆสีขาว เห็นชัดเฉพาะขอบขนของโคนปีก
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ และป่าโปร่ง ทั่วทุกภาค เป็นนกอพยพ พบบ่อยมาก บางส่วนเป็นนกประจำถิ่น หาพบยาก
 
18. นกกินปลีคอสีน้ำตาล
 
ชื่อสามัญ : Brown-throated Sunbird
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthreptes malacensis
 
วงศ์ : NECTARINIIDAE (วงศ์นกกินปลี และนกปลีกล้วย)


"นกกินปลีคอสีน้ำตาล..ตัวผู้"


"นกกินปลีคอสีน้ำตาล..ตัวเมีย"


มีขนาด 13.5-14 ซม. ตัวผู้มีหัวถึงหลังตอนบนสีเขียวเข้มเหลือบเป็นมัน ข้างแก้มและคอสีน้ำตาล กลางคอสีจางหรือแกมขาวกว่าส่วนอื่น แถบหนวดและไหล่สีม่วงเหลือบเป็นมัน โคนปีกสีน้ำตาลแดง ตะโพกสีน้ำเงินแกมม่วงเหลือบเป็นมัน ลำตัวด้านล่างสีเหลืองเข้ม หางสีเขียวคล้ำ ส่วนตัวเมียมีลำตัวด้านบนสีเหลืองแกมเขียว ลำตัวด้านล่างสีเหลืองเข้ม เหนือตาและใต้ตามีเส้นสีเหลืองอ่อนคล้ายวงตา แต่ไม่ต่อเนื่องกัน
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ป่าชายหาด ป่าชายเลน และป่าพรุ พบในภาคตะวันออก บางแห่งในภาคกลาง และภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
19. นกกินปลีอกเหลือง
 
ชื่อสามัญ : Olive-backed Sunbird
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nectarinia jugularis
 
วงศ์ : NECTARINIIDAE (วงศ์นกกินปลี และนกปลีกล้วย)


"
นกกินปลีอกเหลือง..ตัวผู้"


มีขนาด 11.5 ซม. ตัวผู้มีลำตัวด้านบนสีเขียวแกมน้ำตาล บริเวณหน้าผาก และคอจนถึงอกสีน้ำเงินเข้มเหลือบเป็นมัน ตอนล่างมีแถบสีน้ำตาลแดง ลำตัวด้านล่างสีเหลืองสด ขอบหางคู่นอกและใต้หางสีขาว ในช่วงผลัดขนนั้นมีคิ้วสีเหลือง กลางคอจนถึงกลางอกมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนตัวเมียมีลำตัวด้านบนสีเขียวคล้ำแกมเหลือง คิ้วสีเหลือง ลำตัวด้านล่างสีเหลืองหม่นกว่าตัวผู้ ขอบหางคู่นอกและใต้หางสีขาว


"นกกินปลีอกเหลือง..ตัวเมีย"


"นกกินปลีอกเหลือง..ตัวผู้และตัวเมีย"

พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 915 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
20. นกขมิ้นท้ายทอยดำ
 
ชื่อสามัญ : Black-naped Oriole
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oriolus chinensis
 
วงศ์ : ORIOLIDAE (วงศ์นกขมิ้น)


"
นกขมิ้นท้ายทอยดำ..ตัวผู้"


มีขนาด 24.5-27.5 ซม. ตัวผู้มีลำตัวสีเหลืองสด ปากสีชมพูแกมส้ม ตาสีแดง แถบตากว้างสีดำ ซึ่งขยายใหญ่และเชื่อมต่อกันที่ท้ายทอย ปีกและหางมีสีดำและสีเหลือง ส่วนตัวเมียมีหลังและปีกสีเหลืองแกมเขียวคล้ำ ในช่วงวัยอ่อนนั้นท้องมีสีขาว หรือสีเหลืองแกมขาวและมีขีดสีดำ ปากสีดำ ในช่วงนกไม่เต็มวัยมีลักษณะคล้ายตัวเมีย แต่ขนลำตัวสีเขียวคล้ำกว่า แถบตาไม่ชัดเจน
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ป่าชายเลน ชายป่า ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 600-1,500 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกอพยพ พบบ่อยมาก บางส่วนเป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อยหรือหายาก
 
21. นกกระจอกใหญ่
 
ชื่อสามัญ : House Sparrow
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passer domesticus
 
วงศ์ : PASSERIDAE (วงศ์นกกระจอก)


"
นกกระจอกใหญ่..ตัวผู้"


มีขนาด 15-15.5 ซม. ตัวผู้มีหน้าผากและกระหม่อมสีเทา หลังตาถึงท้ายทอยสีน้ำตาลแดง แก้มสีขาว คอและอกสีดำ หลังสีน้ำตาลแดงและมีลายขีดสีดำและสีเทา ตะโพกสีเทาแกมน้ำตาล ลำตัวด้านล่างสีเทาแกมขาว ส่วนตัวเมียมีหัวและลำตัวสีน้ำตาลแกมเทา คิ้วสีจางกว่า ปากสีเนื้อ ปีกและหลังสีน้ำตาลแกมเหลืองอ่อน หลังมีลายขีดสีน้ำตาลจางๆ


"นกกระจอกใหญ่..ตัวเมีย"


"นกกระจอกใหญ่..ตัวเมียและตัวผู้"


พบได้ตามบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่เปิดโล่ง พบได้ทางภาคกลาง เกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ และเกือบทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
22. นกกระจอกตาล
 
ชื่อสามัญ : Plain-backed Sparrow
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passer flaveolus
 
วงศ์ : PASSERIDAE (วงศ์นกกระจอก)


"นกกระจอกตาล..ตัวผู้"


"นกกระจอกตาล..ตัวเมีย"


มีขนาด 13.5-15 ซม. ตัวผู้มีกระหม่อมและหลังตอนบนสีเทา หลังตาถึงข้างหัวสีน้ำตาลแดง แก้มและลำตัวด้านล่างสีเหลืองอ่อน คอสีดำ หลังสีน้ำตาลแดง ไม่มีลาย ส่วนตัวเมียคล้ายนกกระจอกใหญ่ตัวเมีย แต่หลังไม่มีลาย ลำตัวด้านล่างสีเหลืองอ่อนแกมน้ำตาล
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง และชายป่า ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
23. นกกระจอกบ้าน
 
ชื่อสามัญ : Eurasian Tree Sparrow
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passer montanus
 
วงศ์ : PASSERIDAE (วงศ์นกกระจอก)


"นกกระจอกบ้าน"


"นกกระจอกบ้าน"


มีขนาด 14-14.5 ซม. หัวสีน้ำตาลแดงเข้ม ปากสีดำ แก้มสีขาวและมีแถบสีดำ คอสีดำ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแดงและมีลายสีดำ ปีกสีน้ำตาลแดงและมีแถบแคบๆพาดเป็นสีขาว ลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลแกมเทา ในช่วงวัยอ่อนนั้นมีลำตัวสีคล้ำ โคนปากสีอ่อน แถบดำที่แก้มไม่มีหรือเห็นได้ไม่ชัดเจน
 
พบได้ตามบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,830 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
24. นกกระจาบธรรมดา
 
ชื่อสามัญ : Baya Weaver
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ploceus philippinus
 
วงศ์ : PLOCEIDAE (วงศ์นกกระจาบ)


"นกกระจาบธรรมดา..ตัวผู้"


"นกกระจาบธรรมดา..ตัวเมีย"


มีขนาด 14.5-15 ซม. ตัวผู้นอกฤดูผสมพันธุ์และตัวเมียมีหัวเป็นลายคล้ำ ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง ข้างแก้มเรียบ ไม่มีลาย ปากสีเนื้อ ลำตัวด้านบนมีลายจากขอบขนสีอ่อน ส่วนตัวผู้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์นั้นมีหน้าผากถึงท้ายทอยสีเหลืองสด หน้าสีคล้ำ ปากสีดำและค่อนข้างยาว หลังปีกและลำตัวด้านบนสีน้ำตาลดำ และมีลายจากขอบขนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง ทำรังทรงกลมซึ่งห้อยอยู่บนต้นไม้สูง โดยมีทางเข้ารังเป็นท่อยาว
 
พบได้ตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,220 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นบางแห่งในภาคเหนือ หลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และบางแห่งในภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
25. นกปรอดหัวสีเขม่า
 
ชื่อสามัญ : Sooty-headed Bulbul
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus aurigaster
 
วงศ์ : PYCNONOTIDAE (วงศ์นกปรอด)


"นกปรอดหัวสีเขม่า..ตัวผู้"


"นกปรอดหัวสีเขม่า..ตัวเมีย"


มีขนาด 19-21 ซม. หัวด้านบนสีดำและมีหงอนสั้นเป็นสัน แก้มและคางสีเทาแกมขาว ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเทา ลำตัวด้านล่างสีเทา ตะโพกสีขาว หางสีดำ ปลายหางสีขาว ซึ่งมองเห็นได้เด่นชัดขณะบิน ก้นมีสีแดง สีเหลือง หรือสีส้ม
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,830 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นบางแห่งในภาคกลาง และภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
26. นกปรอดสวน
 
ชื่อสามัญ : Streak-eared Bulbul
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus blanfordi
 
วงศ์ : PYCNONOTIDAE (วงศ์นกปรอด)


"
นกปรอดสวน"


มีขนาด 17.5-19.5 ซม. ตาสีเทา บริเวณขนลำตัว หลัง และปีกสีน้ำตาล คอสีอ่อน ขนคลุมหูมีขีดสีขาวแกมเทาเห็นได้ชัดเจน ก้นสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ใกล้ชุมชน สวนผลไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 915 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
27. นกปรอดหน้านวล
 
ชื่อสามัญ : Yellow-vented Bulbul
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus goiavier
 
วงศ์ : PYCNONOTIDAE (วงศ์นกปรอด)


"
นกปรอดหน้านวล"


มีขนาด 20-20.5 ซม. หัวมีหงอนสั้นๆ หน้าผากถึงท้ายทอยสีดำ คิ้วกว้างสีขาว แถบตาสีดำ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเทา อกและท้องสีน้ำตาลอ่อนและมีลายขีดจางๆ ก้นสีเหลือง
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ใกล้ชุมชน สวนผลไม้ ป่าชายหาด และป่าชายเลน พบได้บางแห่งในภาคตะวันออก บางแห่งในภาคกลาง และภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
28. นกปรอดหัวโขน
 
ชื่อท้องถิ่น : นกกรงหัวจุก(ภาคใต้)
 
ชื่อสามัญ : Red-whiskered Bulbul
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pycnonotus jocosus
 
วงศ์ : PYCNONOTIDAE (วงศ์นกปรอด)


"นกปรอดหัวโขน"


"นกปรอดหัวโขน"


มีขนาด 18-20.5 ซม. หัวสีดำและมีหงอนตั้ง แก้มสีขาว หลังตามีแถบสีแดง แถบหนวดและข้างอกสีดำ คอและลำตัวด้านล่างสีขาว ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมดำ หางสีน้ำตาลดำ ปลายหางสีขาว ก้นสีแดง
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม สวนสาธารณะ ชายป่า ป่าโปร่ง ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,800 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และปัจจุบันในภาคใต้นั้นหาพบได้ยาก เนื่องจากมีการจับนำมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
29. นกกวัก
 
ชื่อสามัญ : White-breasted Waterhen
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amaurornis phoenicurus
 
วงศ์ : RALLIDAE (วงศ์นกอัญชัน)


"
นกกวัก และลูก"


มีขนาด 28.5-36 ซม. บริเวณหน้า คอตอนหน้า อก และท้องมีสีขาว กระหม่อมถึงหลังสีดำแกมเทา ปากสีเหลือง โคนสันปากบนสีแดง ท้องตอนล่างถึงก้นสีน้ำตาลแดง แข้งและตีนสีเหลือง ในช่วงวัยอ่อนนั้นลำตัวด้านบนสีเทาดำแกมน้ำตาล ลำตัวด้านล่างสีขาวหม่น
 
พบได้ตามพื้นที่ชุ่มน้ำในพื้นราบ ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่นและนกอพยพ พบบ่อยมาก
 
30. นกอีแพรดแถบอกดำ
 
ชื่อสามัญ : Pied Fantail
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhipidura javanica
 
วงศ์ : RHIPIDURIDAE (วงศ์นกอีแพรด)


"นกอีแพรดแถบอกดำ"


"นกอีแพรดแถบอกดำกำลังฟักไข่"


มีขนาด 17.5-19.5 ซม. ลำตัวด้านบนสีดำ หลังแกมน้ำตาล คิ้วบางและสั้นสีขาว คอและลำตัวด้านล่างสีขาว มีแถบกว้างพาดอกเป็นสีดำ หางสีดำ ปลายหางสีขาว
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ชุมชน และป่าชายเลน พบได้บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และบางแห่งในภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
31. นกเค้ากู่
 
ชื่อท้องถิ่น : นกฮูก(ทั่วไป)
 
ชื่อสามัญ : Collared Scops-Owl
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Otus bakkamoena
 
วงศ์ : STRIGIFORMES (วงศ์นกเค้า)


"
นกเค้ากู่"


มีขนาด 23 ซม. ตาสีน้ำตาลแดงเข้ม ขนลำตัวสีน้ำตาล รอบคอมีสีน้ำตาลแกมเหลือง หน้าผากและคิ้วสีน้ำตาลอ่อน ลำตัวด้านล่างมีลายขีดสีดำเป็นเส้นบางๆ
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ สวนผลไม้ ป่าโปร่ง ป่าดิบ ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 2,200 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
32. นกแสก
 
ชื่อสามัญ : Barn Owl
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tyto alba
 
วงศ์ : STRIGIFORMES (วงศ์นกเค้า)


"
นกแสก"


มีขนาด 34 ซม. วงหน้าเป็นรูปหัวใจสีขาว ขอบสีน้ำตาลแดง ตาสีน้ำตาลแดงคล้ำ ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเหลือง แซมด้วยสีเทา มีจุดสีขาวและสีน้ำตาลแดงเข้มกระจายไปทั่ว ลำตัวด้านล่างสีขาว มีจุดสีเทาและสีน้ำตาลแดงกระจาย บางตัวนั้นหน้าอกจะมีสีน้ำตาลแดง
 
พบได้ตามชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม มักหลบนอนและทำรังตามหลังคาบ้านและวัดที่ไม่มีคนมารบกวน ตลอดจนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,220 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อย
 
33. นกเอี้ยงหงอน
 
ชื่อสามัญ : White-vented Myna
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acridotheres grandis
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"
นกเอี้ยงหงอน"


มีขนาด 24.5-27.5 ซม. ขนลำตัวสีดำ ตาสีน้ำตาลแดงเข้มเกือบดำ ปากสีเหลือง หน้าผากมีหงอนยาวตั้งเด่นเห็นชัด ปีกมีแถบสีขาวเห็นเป็นวงใหญ่ขณะบิน ก้นสีขาว แข้งและตีนสีเหลือง ในช่วงวัยอ่อนนั้นมีหงอนสั้น ขนลำตัวออกสีน้ำตาล
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่เปิดโล่งใกล้ชุมชน เกือบทาวทุกภาค ยกเว้นภาคกลางตอนล่าง และบางจังหวัดในภาคใต้ เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
34. นกเอี้ยงสาริกา
 
ชื่อสามัญ : Common Myna
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acridotheres tristis
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"นกเอี้ยงสาริกา"


"นกเอี้ยงสาริกา"


มีขนาด 24.5-27 ซม. หัวและอกสีดำแกมน้ำตาล ปากและหนังรอบตาสีเหลือง ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม กลางท้องและก้นสีขาว ขนปีกบินสีดำและมีแถบสีขาว ขณะบินใต้ปีกสีขาว ปีกบนมีแถบสีขาวเป็นวงใหญ่ แข้งและตีนสีเหลือง ในช่วงวัยอ่อนนั้นหัวและอกมีสีน้ำตาล บางตัวหัวอาจล้านจนเห็นหนังสีเหลือง
 
พบได้ตามชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,525 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
35. นกกิ้งโครงหัวสีนวล
 
ชื่อสามัญ : Vinous-breasted Starling
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sturus burmannicus
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"
นกกิ้งโครงหัวสีนวล"


มีขนาด 22-25.5 ซม. หัวและอกสีเทาแกมขาวนวล ตาสีขาวแกมเหลืองอ่อน มีแถบตาสีดำ ปากสีเหลืองจนถึงสีส้มเหลือง โคนปากสีเทา ลำตัวด้านบนสีเทาแกมน้ำตาล ลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลอ่อนอมม่วง ปีกสีดำและมีแถบสีขาว หางสีดำ ตะโพกและปลายหางสีน้ำตาลอ่อน
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง และชายป่า พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตก เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
36. นกเอี้ยงด่าง
 
ชื่อสามัญ : Asian Pied Starling
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sturus contra
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"
นกเอี้ยงด่าง"


มีขนาด 22-25 ซม. ปากแหลมสีเหลืองสด โคนปากและหนังรอบตาสีแดงเข้มแกมชมพู บริเวณหัว คอ อก ลำตัวด้านบน และหางมีสีดำ หน้าผากและขนคลุมหูสีขาว ลำตัวด้านล่างสีขาว ปีกมีแถบสีขาว แข้งและตีนสีเหลือง
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่งใกล้ชุมชน โดยมักพบใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ พบเกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
37. นกกิ้งโครงคอดำ
 
ชื่อสามัญ : Black-collared Starling
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sturus nigricollis
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"
นกกิ้งโครงคอดำ"


มีขนาด 27-30.5 ซม. ปากสีดำ หัวสีเหลืองนวล หนังรอบตาสีเหลือง รอบคอและอกมีแถบใหญ่สีดำ ลำตัวด้านบนสีดำแกมน้ำตาล และมีแถบแคบๆสีขาวเห็นชัดขณะบิน ในช่วงวัยอ่อนนั้นบริเวณหัว อก และลำตัวด้านบนสีน้ำตาล หนังรอบตาสีเหลืองคล้ำ
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง โดยมักพบใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,525 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ตอนล่าง เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
38. นกกิ้งโครงแกลบปีกขาว
 
ชื่อสามัญ : White-shouldered Starling
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sturus sinensis
 
วงศ์ : STURNIDAE (วงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง)


"นกกิ้งโครงแกลบปีกขาว..ตัวผู้"


"นกกิ้งโครงแกลบปีกขาว..ตัวเมีย"


มีขนาด 18.5-20.5 ซม. ตัวผู้มีขนลำตัวสีเทาแกมขาว ตัดกับปีกและหางที่มีสีดำ โคนปีกมีสีขาวเป็นแถบกว้าง ปากสีเทาแกมฟ้า ส่วนตัวเมียมีหัวสีออกน้ำตาลมากกว่าตัวผู้ แถบสีขาวที่มีปีกมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ในช่วงวัยอ่อนนั้นมีหัวสีน้ำตาลเข้มกว่าตัวเมีย และปีกไม่มีแถบสีขาว
 
พบได้ตามพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เปิดโล่ง โดยมักพบใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 700 เมตร พบบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน เป็นนกอพยพ พบค่อนข้างบ่อย
 
39. นกพงคิ้วดำ
 
ชื่อสามัญ : Black-browed Reed Warbler
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acrocephalus bistrigiceps
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"
นกพงคิ้วดำ"


เป็นนกพงขนาดเล็ก มีขนาด 13.5-14 ซม. หัวและลำตัวด้านบนสีเขียวมะกอก คิ้วยาวสีน้ำตาลแกมเหลือง มีแถบข้างหัวเหนือคิ้วเป็นสีดำเห็นชัดและกว้างกว่านกพงชนิดอื่น ลำตัวด้านล่างสีขาว อกและสีข้างสีน้ำตาลแกมเหลือง ตะโพกมีสีออกน้ำตาลแดงมากกว่าส่วนอื่น
 
พบได้ตามดงหญ้าสูงในทุ่งนา พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม ป่าละเมาะใกล้น้ำ ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 800 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกอพยพ พบบ่อย
 
40. นกพงนานาพันธุ์จีน
 
ชื่อสามัญ : Blunt-winged Reed Warbler
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acrocephalus concinens
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"
นกพงนานาพันธุ์จีน"


มีขนาด 13.5-15.5 ซม. ปากมีขนาดยาวกว่านกพงขนาดเล็กชนิดอื่น ปากล่างสีอ่อนตลอดปาก หรือปลายปากอาจมีสีคล้ำเล็กน้อย คิ้วสั้นสีขาว อาจเลยหลังตาเพียงเล็กน้อย ไม่มีขอบเป็นเส้นดำเหนือคิ้ว
 
พบได้ตามดงหญ้าสูง ดงกกและดงอ้อในพื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,525 เมตร ทางภาคเหนือตอนบน และภาคกลาง เป็นนกอพยพ พบไม่บ่อย
 
41. นกยอดข้าวหางแพนลาย
 
ชื่อสามัญ : Zitting Cisticola
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cisticola juncidis
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"
นกยอดข้าวหางแพนลาย"


มีขนาด 10.5-12 ซม. ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเหลืองและมีลายหนาสีดำกระจาย คิ้วยาวสีขาว ลำตัวด้านล่างสีขาว อกและสีข้างมีสีน้ำตาลเหลืองหรือแกมน้ำตาลแดง ตะโพกสีน้ำตาลแดง หางสีน้ำตาล ปลายหางสีดำหรือสีขาว ในช่วงฤดูผสมพันธุ์บริเวณกระหม่อมและหลังมีลายดำเห็นชัดเจนขึ้น หางสั้นลงเล็กน้อยและมีสีน้ำตาลแดงมากขึ้น
 
พบได้ตามดงหญ้าสูง ป่าละเมาะใกล้น้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งนา พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,220 เมตร เกือบทั่วทุกภาค ยกเว้นบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางแห่งในภาคตะวันออก เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก
 
42. นกพงตั๊กแตนอกลาย
 
ชื่อสามัญ : Lanceolated Warbler
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Locustella lanceolata
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"
นกพงตั๊กแตนอกลาย"


มีขนาด 12-13.5 ซม. ลำตัวสีน้ำตาลแกมเขียวไพล และมีลายขีดสีดำทั้งลำตัวด้านบนและด้านล่าง คิ้วยาวสีน้ำตาลอ่อน ขนคลุมใต้หางยาวมากและมีลายขีดดำกระจาย
 
พบได้ตามดงหญ้าสูง ทุ่งนา พื้นที่เกษตรกรรม ไม้พุ่มในพื้นที่ชุ่มน้ำ ชายป่า ป่าโปร่ง ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,800 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกอพยพ พบบ่อย
 
43. นกกระจิบธรรมดา
 
ชื่อสามัญ : Common Tailorbird
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthotomus sutorius
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"นกกระจิบธรรมดา..ตัวผู้"


"นกกระจิบธรรมดา..ตัวเมีย"


มีขนาด 11-13 ซม. หน้าผากและกระหม่อมสีน้ำตาลแดง คิ้วและหน้าสีขาวแกมเทา ลำตัวด้านบนสีเขียวคล้ำ ลำตัวด้านล่างสีขาว บางครั้งใต้คอเห็นเป็นสีดำโดยเฉพาะขณะร้อง ก้นและขนคลุมใต้โคนหางสีขาว ตัวผู้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์มีหางคู่กลางยาวมาก และปลายแหลม
 
พบได้ตามสวนสาธารณะ ชุมชน สวนผลไม้ ป่าละเมาะ ชายป่า ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,525 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
44. นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง
 
ชื่อสามัญ : Yellow-bellied Prinia
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Prinia flaviventris
 
วงศ์ : SYLVIIDAE (วงศ์นกกระจ้อยและนกกระจิ๊ด)


"
นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง"


มีขนาด 12-14.5 ซม. หัวสีเทา คิ้วสั้นสีขาว คอสีขาว ลำตัวด้านบนสีเขียวไพลแกมเทา ท้องถึงก้นสีเหลืองสดเป็นจุดเด่นเห็นชัด
 
พบได้ตามทุ่งหญ้า มักพบตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,450 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อย
 
45. นกกางเขนบ้าน
 
ชื่อสามัญ : Oriental Magpie Robin
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Copsychus saularis
 
วงศ์ : TURDIDAE (วงศ์นกเขน นกกางเขน และนกเดินดง)


"นกกางเขนบ้าน..ตัวผู้"


"นกกางเขนบ้าน..ตัวเมีย"


มีขนาด 19-21 ซม. ตัวผู้มีหัว อก และลำตัวด้านบนสีดำเป็นมันเล็กน้อย ปีกมีแถบสีขาว ลำตัวด้านล่างสีขาว ขอบหางคู่นอกๆสีขาว ส่วนตัวเมียคล้ายตัวผู้ แต่หัวและอกสีเทาเข้ม ลำตัวด้านบนสีดำ ไม่เหลือบเป็นมัน
 
พบได้ตามชุมชน สวนสาธารณะ สวนผลไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ชายป่า ป่าโปร่ง ตลอดจนในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,830 เมตร ทั่วทุกภาค เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยมาก

ความในใจของผู้เขียน

นกเป็นสัตว์ปีกชนิดหนึ่งพบอยู่เกือบทั่วทุกแห่งหนในโลกใบนี้ โดยมีกว่า 9,000 ชนิด และมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าแมลงภู่ไปจนถึงขนาดหลายเมตร ดังนั้นทุกคนย่อมรู้จักและพบเห็นนกอยู่บ่อยๆจนชินตา แต่จะมีใครรู้บ้างว่านกซึ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่มีกระดูกสันหลังได้มีมานานหลายร้อยล้านปีมาแล้ว นอกจากนี้นกยังมีส่วนช่วยรักษาความสมดุลทางธรรมชาติให้แก่โลก และใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า รวมทั้งมนต์เสน่ห์ของนก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างและสีสัน เสียงร้อง ความเฉลียวฉลาด และท่วงท่าอากัปกิริยาต่างๆ ได้สร้างความเพลิดเพลินใจให้แก่ผู้คนจำนวนมาก
 
นกเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติของโลกให้คงอยู่ เพราะนกเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ที่ประสานโยงใยสายสัมพันธ์ทั้งในห่วงโซ่และสายใยอาหาร มีทั้งนกกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เหยี่ยว นกเค้าแมว นกแสก เป็นต้น ช่วยควบคุมสัตว์เล็กๆให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม นกกินแมลง เช่น นกจาบคา และนกจับแมลงชนิดต่างๆ เป็นต้น คอยควบคุมจำนวนของแมลงไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป นกกินพืช เช่น นกเขา นกแก้ว นกโพระดก เป็นต้น มีส่วนสำคัญมากในการช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ของพืชชนิดต่างๆจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนกที่กินทั้งพืชและสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น นกเงือก นกอีกา นกแซงแซว เป็นต้น นกเหล่านี้ต่างก็ทำหน้าที่ในการช่วยควบคุมจำนวนสัตว์บางชนิดและกระจายเมล็ดพันธุ์พืชให้ป่ามีความหลากหลายในการเจริญพันธุ์ต่อไป
 
ถึงแม้นกจะทำคุณประโยชน์มากเพียงใด แต่ทุกวันนี้นกหลายชนิดต้องประสบปัญหามากมายในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดและสืบพันธุ์ต่อไปในธรรมชาติ ปัญหาหลักที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นการกระทำจากน้ำมือมนุษย์ ทั้งการกระทำโดยตรงด้วยการล่าและการค้า หรือการกระทำโดยทางอ้อมที่ทำให้สภาพแวดล้อมต้องเปลี่ยนแปลงไป อันมีผลต่อการลดลงของจำนวนนกในปัจจุบัน
 
ทุกคนสามารถช่วยกันอนุรักษ์นกได้ด้วยวิธีการที่ง่ายและสะดวกสบาย นั่นคือ ไม่สนับสนุนการล่าจับและการซื้อขายเพื่อนำมาเลี้ยง รวมทั้งการกินอาหารที่ทำมาจากนก หากต้องการจะชื่นชมความสวยงามของนก ควรใช้วิธีการส่องกล้องดูนก ซึ่งอาจจะเป็นบริเวณรอบๆที่อยู่อาศัย สวนสาธารณะ เรือกไร่สวน ป่าชายเลนริมทะเล หรือตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจะดีกว่า เพราะนอกจากจะได้รับความสนุกสนานและเพลิดเพลินแล้ว ยังได้รับความรู้อีกด้วย
 
ปัจจุบันมีหลายประเทศรวมทั้งในเมืองไทยได้จัดตั้งชมรมหรือสมาคมดูนกขึ้นมา เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาและวิจัยชีวิตของนกแต่ละชนิดกับธรรมชาติที่อยู่คู่กัน รวมทั้งหาแนวทางเพื่อการอนุรักษ์นก สำหรับในเมืองไทยมีรายงานการพบนกทั้งสิ้น 986 ชนิด หรือมีมากกว่า1ใน10ของนกที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกใบนี้ เนื่องจากเมืองไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตรหรือเรียกว่า“เขตป่าฝน”(Tropical Rain Forest) ซึ่งถือเป็น“เขตสัตว์ภูมิศาสตร์”(Zoogeography)อันมีระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติที่หลากหลาย ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และทุกๆปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีนักดูนกจากประเทศต่างๆเดินทางเข้ามาส่องกล้องดูนกในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก



 



 

บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด (Travel Mart Co., Ltd.)
เลขที่ 127/21-22 ถ.ราชปรารภ มักกะสัน ราชเทวี กทม.10400
โทรศัพท์.0-2245-4211 , 0-2247-5371-2 , 0-2642-4230-1  โทรสาร.0-2640-0020
e-mail : info@e-travelmart.com
Website :  www.e-travelmart.com
(C) 2008 Travel Mart Co.,Ltd.