ลองภูมิชาวแค้มป์

โดย…หนอนหนังสือ…

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ทราบว่าฤดูฝนในเมืองไทยได้เริ่มแล้วในวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดฤดูฝนในราวกลางเดือนตุลาคม

สำหรับการคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม คาดว่าปริมาณฝนรวมในประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางนั้นปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 ส่วนภาคอื่นๆจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 5

ลานสน ภูสอยดาว

                              อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนจะมีค่าสูงกว่าค่าปกติ โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 33-34 องศาฯ และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 25-26 องศาฯ ส่วนภาคใต้จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยใกล้เคียงกับค่าปกติ คือ 32-33 องศาฯ และมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24-25 องศาฯ

กรมอุตุฯยังรายงานเพิ่มเติมว่าช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกรกฎาคม ฝนจะทิ้งช่วง ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกน้อยหรือไม่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ต่อเมื่อช่วงครึ่งหลังของเดือนจึงจะมีฝนตกชุกมากขึ้น และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่เข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยทางด้านตะวันออกของประเทศ

ส่วนเดือนสิงหาคม ฝนจะตกชุกและมีปริมาณฝนมากกว่าเดือนกรกฎาคม และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่เข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่าบริเวณอื่นๆ

ฝนหรือหยดน้ำจากฟ้าทำให้ป่าเขียวชอุ่มชุ่มชื้นหรือตื่นจากการหลับใหล เพราะฤดูนี้ป่าจะสว่างไสวไปด้วยสีสันของมวลชีวิต ไม้น้อยใหญ่ต่างผลิใบอ่อน ต้นหญ้าแตกยอดระบัดใบ สิ่งมีชีวิตนับล้านๆชีวิตเริ่มก่อกำเนิดจากใต้ผืนดิน และสรรพสัตว์ต่างเริงร่าดีใจเมื่อฝนมาเยือน หลายคนชอบท่องป่าหน้าฝนโดยให้เหตุผลนอกเหนือจากที่กล่าวมาว่า“ป่าหน้าฝนมีความพิสุทธิ์และบ่งบอกลักษณะแห่งป่าอย่างแท้จริง เวลาเดินทางก็เย็นสบายสดชื่นจากสายฝนผสมผสานกลิ่นดินและกลิ่นหมอกไอฝน เวลาเดินป่าไม่เหนื่อยง่ายเหมือนหน้าหนาวหน้าร้อน แถมอาหารการกินในป่าก็อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ เห็ด(แต่ต้องดูเป็นนะว่าชนิดใดทานได้หรือทานไม่ได้) หรือผักป่า ทำให้ไม่ต้องจำเจกับอาหารกระป๋องหรือบะหมี่สำเร็จรูป ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเบื่อชะมัดยาด เพียงแค่กล่าวถึงก็รู้สึกเลี่ยนคอเสียแล้ว นอกจากนี้ยังจะดาษดื่นไปด้วยพรรณไม้หลากชนิดที่ชูช่อออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วผืนป่าราวกับสวรรค์บนดิน” นักเดินป่าที่นิยมชมชอบท่องป่าหน้านี้มักกล่าวว่า“ป่าหน้าฝนเป็นเสมือนสวรรค์ของนักนิยมไพร”

แต่ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบเดินป่าหน้าฝน เพราะเห็นว่าเป็นการเดินทางที่เปียกแฉะอยู่ตลอดเวลา ทำให้ป่วยเป็นไข้ได้ง่ายๆ ที่แน่ๆก็คือไข้หวัด แถมทางเดินก็ค่อนข้างลื่นจนอาจได้รับอุบัติเหตุบาดเจ็บได้ การตั้งแค้มป์และการก่อกองไฟหุงหาทำอาหารก็แสนลำบากยุ่งเหยิง อีกทั้งยังมีภยันตรายจากป่าหน้าฝนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำป่าที่ไหลหลากอย่างรวดเร็ว สัตว์ป่าจะเพ่นพ่านมากกว่าปกติ เนื่องจากแหล่งน้ำแหล่งอาหารมีอยู่แทบทั่วทุกอณูของผืนป่า โดยเฉพาะตามป่าดิบชื้นๆจะมี“ทาก”..สัตว์ตระกูลเดียวกับปลิงที่หลายคนมักกลัวหรือเกลียดขยะแขยงกำลังชูหัวสลอนไปมาเป็นวงกลมราวกับเรดาร์เพื่อรอคอยดูดเลือดจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เดินผ่านมา นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักกล่าวถึงป่าหน้าฝนว่า“เป็นการเดินป่าที่อันตรายที่สุด” บ้างก็ให้สมญานามอย่างน่ากลัวว่า“ขุมนรกแห่งการเดินทาง”

อย่างไรก่อนคิดจะท่องเที่ยว ควรตรวจสอบสภาพภูมิอากาศเสมอๆ โดยโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะเดินทางไป หรือที่กรมอุตุนิยมวิทยา โทร.1182 หรือที่ https://www.tmd.go.th/index.php

ปลาทอง

                              เฉลยคำตอบฉบับที่172 สัตว์น้ำในประเทศไทยที่มีจำนวนส่งออกมากที่สุดเป็นลำดับที่4ในช่วงต้นปี พ.ศ.2562 คือ ข. ปลาทอง(Carassius auratus Linnaeus, 1758) โดยมีมูลค่าการส่งออกเป็นจำนวนเงิน 38,465,037 บาท


ผู้โชคดีที่ตอบถูกและได้รับรางวัล คือ “เสื้อยืดคอกลม ลายนกเงือก” รหัส 603-736 มูลค่า 260 บาท จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ TM1099 , TM1215 , TM1276 , คุณศักดิ์ชัย นุชเปรมปรีดิ์ และคุณสกล นาคประเทือง

 


คำถามฉบับที่173

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ระบุชนิดสัตว์ป่าสงวนของไทยไว้ 15 ชนิด ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แรด กระซู่ กูปรีหรือโคไพร ควายป่า ละองหรือละมั่ง สมันหรือเนื้อสมัน(ปัจจุบันสูญพันธุ์แล้ว) เลียงผา กวางผา นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ และพะยูนหรือหมูน้ำ แล้วรู้ไหมว่าเมื่อ3ปีที่แล้วราวเดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่า 4 ชนิด เป็นสัตว์ป่าสงวนฯตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอมา สัตว์ใดต่อไปนี้เป็น 1 ใน 4 ชนิด ที่เป็นสัตว์ป่าสงวนฯ


ใปลาโรนิน เครดิตภาพ
https://www.pinterest.de/pin

/461407924318616148/

ก. ปลาโรนิน(Rhina ancylostoma Bloch & Schneider,1801)

ปลาฉนากยักษ์ เครดิตภาพ
http://www.edgeofexistence.org

/species/largetooth-sawfish/

ข. ปลาฉนากยักษ์(Pristis pristis Linnaeus, 1758)

กระเบนราหูน้ำจืด เครดิตภาพ
https://www.fisheries.go.th/if-nakhonsawan/web2/index.php?

option=com_content&view=article&id=46:2012-09-15-16-39-59&

catid=7:2011-05-24-08-40-19&Itemid=69

ค. กระเบนราหูน้ำจืด(Himantura chaophraya Monkolprasit & Roberts, 1990)

เต่ามะเฟือง เครดิตภาพ
https://www.cms.int/iosea-turtles/en/species/leatherback

ง. เต่ามะเฟือง(Dermochelys coriacea Vandelli, 1761)

เชิญร่วมสนุกลุ้นรับโชค 5 รางวัล ด้วยการถ่ายสำเนาหน้านี้/เขียนคำตอบลงในไปรษณียบัตร พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล และที่อยู่อย่างละเอียดชัดเจน ส่งมาที่“สโมสรสื่อเดินทาง”ตามที่อยู่หน้า20 หรือส่งมาทางโทรสาร.0-2640-0020 หรือ e-mail : tmclub@e-travelmart.com หรือร่วมสนุกทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ(http://www.e-travelmart.com/quiz-game-of-camp/ )ก็เชิญตามสะดวก หมดเขตรับคำตอบภายในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2562

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

ก. ปลาโรนิน(Rhina ancylostoma Bloch & Schneider,1801)ข. ปลาฉนากยักษ์(Pristis pristis Linnaeus, 1758)ค. กระเบนราหูน้ำจืด(Himantura chaophraya Monkolprasit & Roberts, 1990)ง. เต่ามะเฟือง(Dermochelys coriacea Vandelli, 1761)