ลองภูมิชาวแค้มป์

โดย…หนอนหนังสือ…

ปีนี้ร้อนกว่าเดิม และแล้งเร็วมาก ซึ่งทางกรมอุตุฯก็ประกาศตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ว่าตั้งแต่เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนรวมของประเทศไทยจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 5 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยจะมีค่าสูงกว่าค่าปกติ โดยทางตอนบนของประเทศจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 35-36 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 25-26 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนใต้ของประเทศจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34-35 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24-25 องศาเซลเซียส

เครดิตภาพจากกรมอุตุนิยมวิทยา

                        เดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่อบอ้าวที่สุดในรอบปี โดยเฉพาะทางตอนบนของประเทศจะมีอุณหภูมิและอากาศร้อนถึงร้อนจัด จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยทางตอนบน ประกอบกับเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์แผ่รังสีตั้งฉากกับพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น สำหรับฝนในเดือนนี้โดยทั่วไปมีฝนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดือนมีนาคมในทุกภาคของประเทศ

ส่วนเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน ปกติสภาวะอากาศในระยะครึ่งแรกของเดือนจะยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป และมักเกิดพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุฤดูร้อนได้บ่อยครั้ง บางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาได้ด้วย อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อน

ก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมจึงเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน อุณหภูมิจะลดลงและฝนตกชุกเพิ่มมากขึ้น โดยลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะเปลี่ยนเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านประเทศมาเลเซียจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้และภาคกลางของประเทศตามลำดับ ทั้งนี้อาจมีพายุไซโคลนก่อตัวในทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล แล้วเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ทางด้านตะวันตกของประเทศไทยได้

กรมอุตุฯยังได้ให้“ข้อควรระวัง”ว่า..ช่วงปลายเดือนเมษายนและพฤษภาคมอาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลอันดามัน ซึ่งอาจทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นและพายุไซโคลนได้ โดยมีการเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันออก และอาจเข้าใกล้ด้านตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้บริเวณด้านตะวันตกของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันตก รวมทั้งภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

วางแผนจะไปท่องเที่ยวที่ใดก็ควรตรวจสอบสภาพภูมิอากาศอยู่เสมอๆ เพื่อความไม่ประมาท และจะได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

เดือนเมษายนเป็นเดือนที่คนไทยทุกคนชื่นชอบมาก เพราะมีวันหยุดค่อนข้างเยอะ หลายคนเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของตนเพื่อพบปะพ่อแม่พี่น้อง บ้างก็ไปท่องเที่ยว ซึ่งหน้าร้อนเช่นนี้ ส่วนใหญ่นิยมไปท่องเที่ยวตามชายหาดหรือเกาะแก่งกลางท้องทะเล จึงขอแนะนำให้มีสิ่งหนึ่งติดตัวไปด้วยเสมอ คือ “น้ำส้มสายชู”(Vinegar) มีองค์ประกอบสำคัญทางเคมีเป็น“กรดน้ำส้ม”(Acetic Acid) และ“น้ำ”( H2O) กรดน้ำส้มเป็นกรดอ่อน มีคุณสมบัติที่ให้รสเปรี้ยว และเป็นกรดที่เหมาะสมในการรักษาคุณภาพอาหารยิ่งกว่ากรดชนิดใดๆ เพราะไม่มีพิษต่อร่างกาย

ปกติเราใช้น้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุงรสอาหารที่ต้องการรสเปรี้ยว และใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันของครอบครัวไทย สามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัดอย่าง ทั้งภายในบ้าน และนำติดตัวขณะท่องเที่ยว

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่ใช้ภายในบ้านมีมากมาย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างเพียง 2 ประการ ได้แก่

1) เฟอร์นิเจอร์และฝาผนังบ้านที่ด่างดำหรือมีคราบนิ้วมือของลูกตัวน้อยๆ เพียงใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำส้มสายชูผสมน้ำร้อนมาเช็ด สิ่งที่เปรอะเปื้อนก็จะหายวับกระจ่างใสดังเดิม

2) เสื้อผ้าบริเวณรักแร้เป็นคราบเหลือง แถมยังมีกลิ่นเปรี้ยวและเหม็นอับจากเหงื่อ ก็ใช้น้ำส้มสายชูทาตรงรอยเปื้อนให้ชุ่ม หากให้ดีก็ต้องแช่เสื้อผ้าในน้ำส้มสายชูสักครู่ ก่อนซักตามปกติ แค่นี้ทุกอย่างก็จะหายไปปลิดทิ้ง

ส่วนประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่ติดตัวไปท่องเที่ยวด้วยนั้น อาทิเช่น

1) เมื่อเผชิญกับแดดร้อนจัดๆจนผิวเป็นรอยไหม้เกรียมและรู้สึกแสบผิว ให้ใช้น้ำส้มสายชูเทใส่ฝ่ามือเพียงบางๆ แล้วลูบตามผิวที่ไหม้ มันจะช่วยคลายปวดแสบปวดร้อนและผิวไม่ให้ไหม้พอง

2) ขณะเที่ยวทะเลและโชคร้ายได้รับพิษจากแมงกะพรุน ก็ให้ราดน้ำส้มสายชูตรงบริเวณบาดแผลทันที จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ทันใจ

หากสะดวกก็พกพาน้ำส้มสายชูไปด้วยทั้งขวดที่เราซื้อมาจากร้านค้า แต่หากไม่สะดวกก็ใช้วิธีการถ่ายเทใส่ขวดเล็กๆพกพาไป

น้ำตกถ้ำฝุ่น


เฉลยคำตอบฉบับที่171 ได้แก่ ก. น้ำตกถ้ำฝุ่น อยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ น้ำตกถ้ำฝุ่นมีทั้งหมด3สาย ก่อนไหลลงมาบรรจบกันทางตอนปลาย สายแรกอยู่ด้านซ้ายมือ..

มีลักษณะไหลลาดเอียงราว 30 องศา และลดหลั่นลงมาตามพลาญหินเป็นเชิงชั้นน้อยใหญ่ สายที่สองอยู่ในซอกหลืบเขาที่ต้องเดินข้ามลำน้ำสายแรกเข้าไปราว 20 เมตร ตัวน้ำตกจะไหลตกลงมาจากโตรกผาแคบที่สูงชันราว 15 เมตร ใกล้ๆกับตีนน้ำตกสายนี้ทางขวามือจะเป็นถ้ำฝุ่น มีลักษณะเป็นเพิงถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งพื้นถ้ำเป็นดินละเอียดคล้ายฝุ่น ส่วนสายที่สามเป็นน้ำตกที่ไม่สูงมากนัก โดยจะไหลอาบลงมาตามเชิงชั้นของแผ่นผาที่มีเรือนยอดของไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่

น้ำตกผาตาด

                        น้ำตกผาตาดอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งใน อ.ทองผาภูมิ จากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ ศร.4(ผาตาด) เดินเท้าไปยังน้ำตกอีก 200 เมตร น้ำตกผาตาดเกิดจากลำห้วยกุยมั่ง ไหลลดหลั่นตกลงมาตามหน้าผาหินปูน สูง 30 เมตร มี 3 ชั้น แต่ละชั้นมีขนาดใหญ่และมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำ ภายใต้ความร่มรื่นของไม้ใหญ่นานาพรรณ

ทะเลบัน

                        ทะเลบันอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯทะเลบัน จ.สตูล เป็นบึงน้ำขนาดประมาณ 125 ไร่ มีปลาและสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นที่อยู่ของ“เขียดว๊าก”ที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คอยเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยือนบึงแห่งนี้ต้องหยุดฟัง อีกทั้งบึงทะเลบันยังเป็นแหล่งที่อยู่เฉพาะถิ่นของ“ต้นบากง” พืชน้ำที่หายากที่ขึ้นปะปนอยู่กับสิ่งมีมีชีวิตอีกหลายชนิด รอบบึงมีสะพานไม้และศาลาให้นั่งชมทัศนียภาพและได้ซึมซับบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของบึงทะเลบันได้อย่างจุใจ

น้ำตกสิริธาร

                        น้ำตกสิริธารอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เดิมน้ำตกแห่งนี้มีชื่อว่า“น้ำตกป่าคา” เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากลำน้ำแม่กลางบนเทือกเขาดอยอินทนนท์ และไหลลงสู่น้ำแม่ปิงที่อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2545 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทอดพระเนตร และทรงพระราชทานนามน้ำตกว่า“น้ำตกสิริธาร” น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ กม.22 เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาหินขนาดใหญ่ มีความสูงของน้ำตกประมาณ 50 เมตร ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็น 2 ชั้น ต่อเนื่องกันอย่างสวยงามมาก มีปริมาณน้ำมากและไหลแรงตลอดทั้งปี ลำน้ำสายนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของ“ปลาค้างคาวดอยอินทนนท์” เป็นสัตว์ถิ่นเดียวของเมืองไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreoglanis siamensis Smith, 1933 และมีชื่อสามัญว่า Siamese Bat Catfish หรือ Siamese Freshwater Batfish


ผู้โชคดีที่ตอบถูกและได้รับรางวัล คือ “เป้สะพายหลัง รุ่น BLUEBIRD” รหัส 601-363 มูลค่า 1,190 บาท จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ TM0016 , TM1104 , คุณยงชัย เกษมกิจสุข , คุณจิตรกรณ์ ประเสริฐทวีทรัพย์ และคุณอรรถวิชย์ ปทุมเวช

เป้สะพายหลัง รุ่น BLUEBIRD


คำถามฉบับที่172 สัตว์น้ำในประเทศไทยที่มีจำนวนส่งออกมากที่สุด คือ ปลากัด รองลงมาตามลำดับ คือ ปลาหางนกยูง และปลาคาร์พ แล้วรู้หรือไม่สัตว์น้ำใดต่อไปนี้ที่มีจำนวนส่งอกมากเป็นลำดับที่4


เครดิตภาพ Animals-And-Birds.com

 

ก. ปลาซัคเกอร์(Hypostomus plecostomus Linnaeus, 1758)

 

ข. ปลาทอง(Carassius auratus Linnaeus, 1758)

เครดิตภาพ Fish-Tanks-Ponds.com

ค. ปลาฉลามหางไหม้(Balantiocheilos melanopterus Bleeker, 1851)

เครดิตภาพ Pinterest.com

 

ง. ปลาหมอสี(Aulonocara sp.)

เชิญร่วมสนุกลุ้นรับโชค 5 รางวัล ด้วยการถ่ายสำเนาหน้านี้/เขียนคำตอบลงในไปรษณียบัตร พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล และที่อยู่อย่างละเอียดชัดเจน ส่งมาที่“สโมสรสื่อเดินทาง”ตามที่อยู่หน้า20 หรือส่งมาทางโทรสาร.0-2640-0020 หรือ e-mail : tmclub@e-travelmart.com หรือร่วมสนุกทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ(http://www.e-travelmart.com/quiz-game-of-camp/ )ก็เชิญตามสะดวก หมดเขตรับคำตอบภายในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2562

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

ก. ปลาซัคเกอร์(Hypostomus plecostomus Linnaeus, 1758)ข. ปลาทอง(Carassius auratus Linnaeus, 1758)ค. ปลาฉลามหางไหม้(Balantiocheilos melanopterus Bleeker, 1851ง. ปลาหมอสี(Aulonocara sp.)