// Please Select : การก่อตั้งและวัตถุประสงค์ของสโมสรฯ | การสมัครสมาชิกฯ สโมสรฯ | สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกฯ ปี 51
      Let's enjoy nature | เทคนิคแค้มป์ | คลีนิคแค้มป์ | ลองภูมิชาวแค้มป์ | บทความอนุรักษ์ธรรมชาติ | ถอดรหัสธรรมชาติ
      แนะนำแหล่งท่องเที่ยว | ไม้ป่าน่ารู้ | บริการรับจัดกรุ๊ปท่องเที่ยวทางธรรมชาติ | บริการให้คำปรึกษา-แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย
 
แนะนำแหล่งท่องเที่ยว (ต่อ)
"ภูเขาที่ชื่อ..ภูสวนทราย" โดย...หนุ่มสุพรรณ...
 

๓.

              รุ่งสาง อากาศเย็นยะเยือก สายลมหอบเอาหมอกบางๆมาปกคลุมไปทั่วทั้งเนิน ก่อนจางหาย สลับกันไปมาอยู่อย่างนี้ พวกเราต่างนั่งมองทิวทัศน์ยามเช้าอยู่ริมผา โดยมีเครื่องดื่มร้อน ๆ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นคลายหนาว และเสมือนเป็นตัวเร่งเร้าให้สติสตังกลับคืนมาจากการงัวเงียที่เพิ่งลุกมาจากที่นอนอันอบอุ่น

              เมื่อตีนฟ้าเริ่มยกขึ้น เราก็เริ่มเห็นสายหมอกจับตัวหนาแน่นเป็นกลุ่ม ๆ อยู่เหนือหุบเขาเบื้องล่าง ก่อนที่ตะวันจะเริ่มโผล่ออกมาเป็นสีส้ม แล้วค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีขาวสว่างจ้าในที่สุด ทำให้ทั่วทั้งเนินที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำค้างพร่างพรมเมื่อคืนนี้ ส่องแสงเป็นประกายแวววาวราวกับอัญมณียามต้องแสงตะวัน


"รอคอยชมตะวันขึ้นบนเนิน 1408"


"หมอกห่มเนิน 1408 ในยามเช้า"


"ทะเลหมอกยามเช้า ณ เนิน 1408"


"ช่วยกันเคลียร์และปรับสภาพพื้นที่ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติดังเดิม"


"อรุณรุ่งบนเนิน 1408 ท่ามกลางสายหมอกห่มคลุมไปทั่วทั้งเนิน"


"รูปหมูหรือหมู่ก็ดูกันเอาเองนะครับ"

              บรรยากาศที่งดงามบนเนินเขาในป่าใหญ่แห่งนี้ ทำให้ผู้เขียนเหม่อมองซึมซับความสวยงามของธรรมชาติอยู่นานโข ด้วยในระยะหลัง ๆ มานี้เพื่อนฝูงที่ชื่นชอบท่องป่าเริ่มลดน้อยถอยลง เนื่องจากหน้าที่การงานและอายุที่มากขึ้น รวมทั้งภาระในครอบครัวของแต่ละคน

              แม้จะล่วงเวลาจน8โมงเช้า สภาพบนเนิน 1408 ก็ยังปิด ๆ เปิด ๆ ไปด้วยสายหมอกบาง ๆ ยามลมหอบพัดมาและจากไป หลังจากถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกแล้ว พวกเราก็เริ่มทยอยเดินลงเขา ณ บริเวณปลายเนินด้านตะวันออก ซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่รู้ว่ามีทางลงเขาอยู่ มันเป็นทางลงลาดชันดิกที่ลัดเลาะคดเคี้ยวลงไป ถึงกระนั้นเราก็ต้องคอยใช้มือจับกิ่งไม้และกอหญ้าคอยพยุงลงไปทีละนิด ๆ ที่จริงยังมีทางลงเขาอีก 2 ทาง คือ ทางลงเขาด้านทิศเหนือ ผ่านเนิน 1205 สู่บ้านห้วยน้ำผัก และทางเขาด้านทิศตะวันตกกลับสู่ที่ทำการอุทยานฯ แต่ทั้งสองทางนั้นอยู่ห่างไกลจากน้ำตกตาดเหือง อันเป็นจุดหมายของเรา ผิดกับทางลงด้านนี้ที่ทอดลงไปสู่ทางหลวงหมายเลข 1268 (สายที่ทำการอุทยานฯ-บ้านบ่อเหมืองน้อย) ใกล้ ๆ กับปากทางลงน้ำตกตาดเหือง รวมระยะทางราว 6 กม.


"เริงร่าอย่างมีความสุขก่อนลงเนิน"


"เผชิญฝูงวัวของชาวบ้านที่เราต้องหลบมัน"


"ลงเนิน ณ ปลายผาด้านตะวันออก"


"ไชโย..ถึงพื้นราบแล้ว"


"ทางลงชันไม่ชันก็ดูเอาจากภาพก็แล้วกัน"


"ปากทางลงสู่น้ำตกตาดเหือง"

              ร่วมกิโลฯ ครึ่งจากยอดเนิน 1408 ก็ถึงสันเขาค่อนข้างราบ จากนี้เดินกันค่อนข้างสบาย ด้วยทางเดินที่กว้างขึ้นและมีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดสองข้างทาง ตามทางจะพบมูลวัวของชาวบ้านเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด อันเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของอุทยานฯ หลาย ๆ แห่งในภาคเหนือและภาคอีสาน เพราะวัวควายของชาวบ้านที่ปล่อยให้ขึ้นมาหากินในผืนป่าของอุทยานฯ ได้ทำลายความงดงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้ป่าที่หายาก รวมทั้งมีผลกระทบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่ ครั้นทางอุทยานฯ ใช้มาตรการเข้มงวด ก็ย่อมก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งและไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในการช่วยอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่า

              ผ่าน 3 แยกที่ทางแยกขวาเป็นทางลงเขาเกือบ 2 กิโลฯ สู่หน่วยฯ ภูหัวฮ่อม ที่ตั้งอยู่บนเขาริมผาทางด้านตะวันออก และเป็นจุดชมวิวผืนป่าไทย-ลาว ได้อย่างกว้างไกลงดงามตา แต่เราแยกไปทางซ้าย ไม่นานก็ผ่านปางวัวควายของชาวบ้านถึง 2 แห่ง จากนี้สภาพป่าเริ่มโปร่งโล่งขึ้น และอากาศก็ร้อนแรงมากขึ้น

              หนทางช่วงสุดท้ายเริ่มลาดชันอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งใกล้เที่ยงจึงลงมาสู่ถนนทางหลวงท้องถิ่นหมายเลข 1268 แล้วเดินตามถนนไปทางทิศใต้อีกราว 200-300 เมตร ก็ถึงหลัก กม.14 อันเป็นปากทางลงไปชมน้ำตกตาดเหืองที่อยู่เบื้องล่างราว 500 เมตร

              ทางลงสู่น้ำตกฯ นั้น ช่วงใดที่ชันมาก ๆ ทางอุทยานฯ ก็ได้จัดทำเป็นบันไดไม้มีราวให้จับเกาะลงไปได้อย่างสะดวก ยิ่งลงมามากเท่าไร อากาศที่ร้อนแห้งก็เริ่มเย็นชื้นมากขึ้น พร้อมกับได้ยินเสียงสายน้ำดังกระหึ่มกึกก้องมากขึ้น ๆ จวบจนลงมาถึงลำน้ำเหือง เสียงกึกก้องของน้ำตกยิ่งดังมากขึ้นจนต้องตะโกนพูดกันจึงจะได้ยิน


"ตอนบนของน้ำตกตาดเหือง"


"แวะพักทานอาหารเที่ยงริมน้ำตก"


"น้ำตกตาดเหือง..มุมมองทางฝั่งไทย"


"น้ำตกตาดเหือง..มุมมองทางฝั่งลาว"

              น้ำตกตาดเหืองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากที่สุดในอุทยานฯ สูงราว 50 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี รอบๆบริเวณน้ำตกมีสภาพป่าที่ร่มรื่นเย็นสบาย น้ำตกสายนี้ยังเป็นเส้นกั้นพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างไทย-ลาว โดยใช้กึ่งกลางลำน้ำเป็นเส้นแบ่งเขต หลายคนจึงให้สมญานามน้ำตกแห่งนี้ว่า "น้ำตกมิตรภาพไทย-ลาว"

              หลังอาหารมื้อเที่ยง หลายคนลงเล่นน้ำอย่างสุขสำราญใจ บ้างก็ถือโอกาสข้ามลำน้ำไปฝั่งเพื่อนบ้าน เพื่อหามุมมองถ่ายภาพน้ำตก ร่วมสองชั่วโมงที่ต่างสุขขีกันถ้วนหน้า เราจึงเดินทางกลับสู่ที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ต่อไป

              ระหว่างนั่งรถลัดเลาะคดเคี้ยวไปตามถนนสาย 1268 ที่เลียบเลาะไปตามภูสวนทราย ก็ให้รู้สึกภูมิใจที่ได้กลับมาเยือนภูเขาที่ชื่อภูสวนทรายอีกครั้งหนึ่ง มันยังคงเป็นภูที่สวยงามไปด้วยพรรณไม้และทิวทัน์ ที่สำคัญยังคงสงบเงียบ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก และสิ่งหนึ่งที่ยังคงมีให้แก่นักเดินทางอยู่เสมอ ๆ สำหรับพื้นที่แห่งนี้ ก็คือ "น้ำใจและอัธยาศัยไมตรีที่ดี" ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทุกท่าน

การติดต่อและสิ่งอำนวยความสะดวก

              ติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "อุทยานฯภูสวนทราย ต.แสงภา อ.นาแห้ว เลย 42170" โทร.0-4280-7616 , 0-4281-9340-1

              ปัจจุบันบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านพักรับรองจำนวน 6 หลัง ค่ายพักแรม 1 หลัง อาคารสำหรับประชุมสัมมนา 1 หลัง (รับได้ราว 50 คน) นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่กางเต็นท์ ห้องน้ำและห้องสุขา รวมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม

การเดินทาง

              จากตัวเมืองเลยไปตามทางหลวงหมายเลข 203 ราว 68 กม. จนถึงบ้านโคกงาม แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2031 ราว 12 กม. พอถึง อ.ด่านซ้าย ก็เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2113 ราว 32 กม. ก็ถึง อ.นาแห้ว จากนั้นตรงต่อไปราว 2 กม. จนถึงหมู่บ้านเหมืองแพร่ แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1268 ผ่านหมู่บ้านแสงภาไปราว 7 กม. จึงแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1268 อีกราว 3 กม. ก็จะพบที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ริมถนนทางด้านซ้ายมือ

              จากกรุงเทพฯ เดินทางสู่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 203 จนถึงบ้านโป่งชี จึงเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2014 พอถึง อ.ด่านซ้าย ก็เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2113 ราว 32 กม. ก็ถึง อ.นาแห้ว จากนั้นใช้ทางเดียวกับทางสายแรก

 
หน้าที่ >> ( 1 ) ( 2 ) ( 3 )  4
 

รูปภาพ และข้อมูลที่ลงใน TRAVEL MART CLUB ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
การคัดลอกส่วนใด ๆ และนำไปเผยแพร่ในทุกรูปแบบ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสโมสรสื่อเดินทาง
และต้องระบุ "ได้รับความเอื้อเฟื้อจากสโมสรสื่อเดินทาง" ด้วยทุกครั้ง เมื่อได้รับอนุญาต

บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด 127/21-22 ถ.ราชปรารภ มักกะสัน ราชเทวี กทม.10400
โทร.0-2245-4211 , 0-2247-5371-2 , 0-2642-4230-1 โทรสาร.0-2640-0020 e-mail : info@e-travelmart.com