// Please Select : การก่อตั้งและวัตถุประสงค์ของสโมสรฯ | การสมัครสมาชิกฯ สโมสรฯ | สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกฯ ปี 51
      Let's enjoy nature | เทคนิคแค้มป์ | คลีนิคแค้มป์ | ลองภูมิชาวแค้มป์ | บทความอนุรักษ์ธรรมชาติ | ถอดรหัสธรรมชาติ
      แนะนำแหล่งท่องเที่ยว | ไม้ป่าน่ารู้ | บริการรับจัดกรุ๊ปท่องเที่ยวทางธรรมชาติ | บริการให้คำปรึกษา-แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย
 
แนะนำแหล่งท่องเที่ยว (ต่อ)
"ภูเขาที่ชื่อ..ภูสวนทราย" โดย...หนุ่มสุพรรณ...
 

              ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็พานพบดงปอหู (Hibiscus sp.) ที่สูงท่วมหัว ซึ่งช่วงนี้มันกำลังออกดอกสีสันงดงาม โดยดอกตูมและแรกแย้มจะมีสีชมพูแกมขาว กลางดอกมีแต้มสีเลือดหมูขนาดใหญ่ เมื่อดอกแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีขาวแกมเหลืองจนถึงสีขาว จากนี้สภาพป่าเริ่มโปร่งขึ้น ทางเดินก็กว้างและไม่รกเหมือนที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่ใต้เรือนยอดของป่าดิบที่ร่มรื่นเย็นสบาย ไม่ร้อน ผ่านทางแยกด้านซ้ายมือที่มาจาก "เนินสำนึกบาป" ที่มาของชื่อนี้ก็เนื่องมาจากสมัยสงครามสู้รบ (ชิง) เนิน 1428 ระหว่างไทยกับลาวนั้น ทหารไทยได้นำฬ่อแบกสัมภาระขึ้นมา แต่ด้วยสัมภาระที่หนักและทางขึ้นเขาชันดิก ทำให้ฬ่อเหนื่อยล้าจนน้ำตาไหล เมื่อทหารไทยพบเห็นเข้าก็เกิดความสงสาร จึงตัดสินใจปลดสัมภาระลงจากฬ่อ แล้วช่วยกันแบกสัมภาระขึ้นสู่ฐานที่ตั้ง ณ เนิน 1408 ที่เราจะขึ้นไปตั้งแคมป์ ตามพื้นดินที่ชุ่มชื้นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่จะพบดอกไม้ป่ามากมาย มีทั้งเบญจมาศดอย (Ethulia megacephala) ออกดอกสีม่วงอ่อน หรือสีขาวอมม่วง ปิ้งขาว (Clerodendrum colebrookianum) มีดอกคล้ายดอกเข็ม สีขาวอมเขียวอ่อน บีโกเนีย (Begonia sp.)หลากชนิด โดยสังเกตจากใบและดอก สำหรับใบนั้นมีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปกลม รูปหัวใจ รูปแฉกห้าเหลี่ยม รูปดาว เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่รูปใบมักบิดเบี้ยว บ้างก็แบ่งแผ่นใบออกเป็น 2 ข้างไม่เท่ากัน มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หยัก หรือเป็นลอนคลื่น โคนใบเว้า มน หรือเบี้ยว ผิวใบเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มปกคลุมดั่งกำมะหยี่ชั้นดี มองเห็นเส้นใบได้ชัดเจน หลังใบของแต่ละชนิดมีสีสันแตกต่างกันไป เช่น สีเขียว สีเขียวเข้ม สีเขียวมรกต สีชมพู สีม่วง สีเทาอมม่วง สีน้ำตาลแดง สีเงิน หรือมีหลายสีในใบเดียวกัน เป็นต้น ส่วนท้องใบมักมีสีแดงเข้ม หรือสีแดงอมม่วง ส่วนดอกก็มีหลายสี ตั้งแต่สีส้ม สีชมพู สีชมพูอมขาว สีแดง หรือสีขาว สะเม็ก (Agapetes lobbii) อิงอาศัยบนต้นไม้อื่น ออกดอกสีขาว โคนดอกสีแดง สีแดงอมชมพู หรือสีชมพู สาวสนม (Sonerila spp.) พบทั้งตามื้นดิน โขดหินที่ชุ่มชื้น แลอิงอาศัยบนต้นไม้ มีดอกสีชมพู หรือสีชมพูเข้ม ม้าแม่ก่ำ (Polygala arillata) ออกดอกเป็นช่อห้อยลง สีเหลืองหรือสีเหลืองแกมส้ม ก่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงอมน้ำตาลเมื่อดอกแก่ใกล้ร่วงโรย หนามแน่แดง (Thunbergia coccinea) ออกดอกสีส้ม สีส้มแดง หรือสีปูน และกล้วยไม้ดินสกุลเดียวกับนางอั้ว คือ Habanaria malintana แต่ไม่มีชื่อไทยเรียกเฉพาะ มีดอกสีขาวบริสุทธิ์


"เมื่อแรกแย้มของดอกปอหู"


"ดอกปอหูบานเต็มที่ ก่อนเหี่ยวแห้งร่วงโรย"


"ปิ้งขาว"


"เบญจมาศดอย"


"บีโกเนียชนิดที่มีใบลายด่าง"

              ย่างก้าวเข้าสู่ป่าไผ่ที่ขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ตามแนวผาด้านตะวันออก เราก็ได้พบว่าไผ่ที่เราพบเห็นมีลักษณะคล้าย ๆ ไผ่ซาง แต่มีขนาดเล็กกว่า และที่แตกต่าง คือแต่ละปล้องของไม้ไผ่จะมีขนาดเท่ากันหมดทั้งลำ ชาวบ้านเรียกว่า "ไผ่รอทัน" ผู้เขียนก็เพิ่งเคยพบที่นี่เป็นแห่งแรก ไม่รู้เหมือนกันว่าป่าอื่นมีหรือไม่

              ลัดเลาะราวป่าไผ่ที่คดเคี้ยววกวนไปมาอยู่ครุ่ใหญ่ๆก็ทะลุราวป่าดิบออกสู่ทุ่งหญ้าป่าโปร่งริมผาที่มีชื่อว่า "แย้งตากแดด" มีลักษณะเป็นที่ลาดเอียงลงสู่หน้าผา ไม่มีที่ราบเลย ชาวท้องถิ่นเรียกว่า "แย้ง" และมีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่แทบนับต้นได้ ทำให้ถูกแดดสาดส่องตลอดทั้งปี จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว จากนี้เราต้องเดินเลาะไปตามริมผาที่ค่อย ๆ ลาดชันขึ้นทีละนิด ๆ ท่ามกลางแสงตะวันที่เจิดจ้าร้อนแรง ตามทางพบร่องรอยของไฟป่าอยู่เป็นแนวกว้าง สลับกับดงสาบเสือที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งขาวโพลน ร่วมครึ่งชั่วโมงก็เข้าสู่ความร่มรื่นของป่าดิบเขาอีกครั้ง แต่ทางก็ยิ่งลาดชันมากขึ้น


"หนามแน่แดง"


"บีโกเนียชนิดที่มีใบเป็นแฉก ๆ"


"สาวสนม"


"แย้งตากแดด"

 


"ม้าแม่ก่ำ"

              ตะวันตรงศีรษะพอดีเราก็ถึงเนิน 1408 ตั้งอยู่ทางตอนกลางของอุทยานฯ และเป็นจุดที่สูงที่สุดในพื้นที่แห่งนี้ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตามชื่อเนิน มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบค่อนข้างยาวตลอดแนวผาด้านตะวันออก ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น ในอดีตทางการไทยใช้เป็น "จุดตรวจการณ์ 2" หรือเรียกย่อ ๆ ว่า "ตก.2" เพื่อสู้รบกับลาวในการแย่งดินแดนเนิน 1428 ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จึงยังคงมีหลักฐานร่องรอยอยู่มากมาย ทั้งหลุมบังเกอร์ หลุมสนามเพลาะที่ขุดเป็นแนวคูคดเคี้ยวไปมาอยู่โดยรอบ พร้อมถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ทุกวันนี้เนิน 1428 ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าเป็นของใคร

              หลังอาหาร พวกสาว ๆ ก็ขอตัวไปอาบน้ำชำระร่างกาย บ้างก็ถือโอกาสปลดทุกข์ให้สบายกายสบายใจ หลังจากอัดอั้นมาตั้งแต่วันวาน ด้วยเป็นนักเดินทางหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นกับการถ่ายกลางป่า เมื่อพบห้องน้ำมิดชิดเช่นนี้ จึงปรี่เข้าไปใช้บริการกันอย่างเต็มที่ ส่วนพวกผู้ชายก็ช่วยกันเลือกทำเลกางเต็นท์บริเวณที่ลาดต่ำลงไปใกล้ชายป่า เพื่ออาศัยที่ราบสูงของหัวเนินเป็นที่กำบังลมทางด้านตะวันออก ส่วนพวกพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ฯ ต่างจับจองหลุมบังเกอร์ แล้วปรับตกแต่งกันลมให้เป็นวิมานอันอบอุ่นอย่างสุขขี


"เทียนดอย"


"เทียนดอยออกดอกดาษดื่นตั้งแต่ตีนเนินจนถึงบนเนิน 1408"


"ช่วยกันกางเต็นท์ตั้งแค้มป์บนเนิน 1408"

              บ่ายๆจึงออกเดินเล่นตามริมผา เพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นได้กว้างไกลตลอดแนวผา โดยมีเทียนดอย (Impatiens violaeflora) ออกดอกสีม่วง สีชมพูเข้ม หรือสีชมพูอมแดง กระจายไปทั่วทั้งเนิน และแล้วสายลมเย็นชื่นใจที่พัดค่อนข้างรุนแรงก็ได้หอบเอาสายหมอกลอยมาปกคลุมไปทั่วเนินราวกับยามเช้าตรู่ ช่างเป็นบรรยากาศที่สวยงามจนหลายคนอดใจไม่ไหว ต่างถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกจนเสียงชัตเตอร์ดังลั่นไปทั่วเนิน

              ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด อากาศก็เริ่มเยือกเย็นยิ่งขึ้น จวบจนเริ่มทนกันไม่ไหวแล้วนั่นแหละ ต่างก็นำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่อวดสีสันฉูดฉาดบาดตายิ่งนัก



"เวลาเหลือเฟือ จึงนั่ง ๆ นอน ๆ รอตะวันลับฟ้า"


"สนามเพลาะในสมัยสมรภูมิชิงเนิน 1428 ที่ยังคงมีหลักฐานเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้"


"ชุมชน ต.แสงภา ตั้งอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง"


"ตะวันอัสดงงดงามตา สุขล้นใจ"

              และแล้วตะวันก็เริ่มคล้อยลับทิวไม้ทางด้านตะวันตก มันค่อย ๆ แปรเปลี่ยนสีสันงดงามตา ก่อนลาลับหายไป ค่ำนี้ภายใต้บรรยากาศของแสงจากกองไฟที่วูบวาบไปมาตามแรงลม พวกเราได้รับรู้ถึงเรื่องราวของเหตุการณ์ในอดีตสมรภูมิเนิน 1428 จากพี่เจ้าหน้าที่ฯ ที่เล่าได้อย่างอรรถรส เนื่องจากเขาเป็นทหารคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมการรบในเหตุการณ์ครั้งนั้น มันเป็นเสี้ยวชีวิตหนึ่งของลูกผู้ชายชาติทหารที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของประเทศด้วยความกล้าหาญอย่างภาคภูมิใจ

              ตกดึก หลายคนแยกย้ายไปหลับนอนแล้ว แต่ผู้เขียนยังคงโต้ลมหนาวบนหัวเนิน เพื่อชมดวงดาวพราวพร่างนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้า และดาวเพียงดินที่ระยิบระยับอยู่เป็นแห่ง ๆ ตามพื้นราบเบื้องล่าง จากชาวบ้านที่เปิดไฟฟ้าใช้ แม้มันจะคล้ายกัน แต่ก็มีความงดงามต่างกันไม่น้อย จนกระทั่งน้ำค้างเริ่มลงหนักมากขึ้นราวกับเม็ดฝน จึงกลับสู่แค้มป์ โดยนอนอาศัยไออุ่นข้างกองไฟจนหลับผล็อยไปในที่สุด

 
หน้าที่ >> ( 1 ) ( 2 )  3  ( 4 )
 

รูปภาพ และข้อมูลที่ลงใน TRAVEL MART CLUB ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
การคัดลอกส่วนใด ๆ และนำไปเผยแพร่ในทุกรูปแบบ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสโมสรสื่อเดินทาง
และต้องระบุ "ได้รับความเอื้อเฟื้อจากสโมสรสื่อเดินทาง" ด้วยทุกครั้ง เมื่อได้รับอนุญาต

บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด 127/21-22 ถ.ราชปรารภ มักกะสัน ราชเทวี กทม.10400
โทร.0-2245-4211 , 0-2247-5371-2 , 0-2642-4230-1 โทรสาร.0-2640-0020 e-mail : info@e-travelmart.com