// Please Select : การก่อตั้งและวัตถุประสงค์ของสโมสรฯ | การสมัครสมาชิกฯ สโมสรฯ | สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกฯ ปี 51
      Let's enjoy nature | เทคนิคแค้มป์ | คลีนิคแค้มป์ | ลองภูมิชาวแค้มป์ | บทความอนุรักษ์ธรรมชาติ | ถอดรหัสธรรมชาติ
      แนะนำแหล่งท่องเที่ยว | ไม้ป่าน่ารู้ | บริการรับจัดกรุ๊ปท่องเที่ยวทางธรรมชาติ | บริการให้คำปรึกษา-แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย
 
Let's enjoy nature
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00091
กิจกรรมศึกษาธรรมชาติเดือนธันวาคม 2551
 
สำรองบริการ : แบบฟอร์มสำรองบริการ | สั่งพิมพ์
 
ม่อนปุยหมอก..แม่เมย จ.ตาก
4-7 ธันวา'51


                หากเอ่ยชื่อ "ดอยม่อนกระทิง" หรือ "ดอยแม่ระเมิง" นักเดินทางรุ่นเก่า ๆ คงจะรู้จักกันดีว่า ณ ที่แห่งนี้ เป็นทิวเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนตะวันตก มีผืนป่าปกคลุมหนาแน่น อันเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญ โดยเฉพาะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้และละแวกใกล้เคียงได้ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติมีนามว่า "แม่เมย" มีจุดวิวทิวทัศน์โดยเฉพาะทะเลหมอกที่งดงามหลายแห่ง แต่จุดที่สูงที่สุดและสวยงามที่สุด คือ ม่อนปุยหมอก สูงจากระดับน้ำทะเล 1,100 เมตร และเชิญยลโฉมน้ำตกงามตาในซอกเขาที่ยังพิสุทธิ์

 
วันแรกของการเดินทาง
21.00 น. - ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ อ.แม่สอด จ.ตาก
วันที่สองของการเดินทาง
06.00 น. - แวะล้างหน้าล้างตาและทานอาหารเช้าที่อุทยานฯ แม่เมย จากนั้นมอบสัมภาระของท่านให้ลูกหาบช่วยแบก หรือจะทดสอบพลังกายของตนเองกตามสะดวก ก่อนเดินเท้าทางด้านข้างที่ทำการอุทยานฯ ไปตามไหล่เขาที่ค่อย ๆ ลาดชันขึ้นทีละนิด ๆ เพลินตาเพลินใจไปกับเสียงสกุณาและไม้ป่านานาพรรณ ยิ่งไต่สูง อากาศก็ยิ่งเยือกเย็นลง และเริ่มมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล แวะพักทานอาหารเที่ยง ณ ลำน้ำซับที่มีน้ำใสไหลเย็นชั่วนาตาปี บ่าย ๆ จึงเริ่มเผชิญกับหนทางที่ค่อนข้งชันอีกคราหนึ่ง ทางจะค่อย ๆ ไต่จากสันเขาลูกหนึ่งสู่ลูกหนึ่ง จวบจนถึงเนินหญ้าขนลิง ตื่นตากับหญ้าที่แปลกตาและไม่เคยพบที่ใดมาก่อน รวมทั้งทิวทัศน์สวยงามที่มองเห็นได้ไกลตา ราวๆบ่าย3โมงก็ถึงม่อนปุยหมอก เป็นยอดดอยที่มีลักษณะเป็นลานค่อนข้างกว้างและทอดยาวจากเหนือไปใต้ เชิญตั้งแค้มป์และพักผ่อนตามอัธยาศัย
18.00 น. - ชมดวงตะวันเคลื่อนคล้อยลับฟ้าทีละนิด ๆ อย่างสุขใจ ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืดของราตรีกาล ทานอาหารเย็น ค่ำคืนนี้จะนอนฟังเสียงต้นหญ้างอกข้าง ๆ เต็นท์หรือจะนอนนับดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวเจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้านับล้านดวงก็ตามสบาย


"เนินหญ้าขนลิง"


"น้ำตกชาวดอย"


"พักเหนื่อยที่อนุสรณ์สถานแห่งความรัก"


"เส้นแสงขอบฟ้า ณ ม่อนครูบาใส"

วันที่สามของการเดินทาง
06.00 น. - เพียงแค่โผล่หน้าออกมาจากเต็นท์ก้องตื่นตะลึงกับทะเลหมอกขาวโพลนที่ลอยเบียดเสียดฟูฟ่องดั่งปุยนุ่นอยู่ในหุบเขาเบื้องล่างไปทั่วทุกทิศทาง ก่อนจะค่อยๆสลายหายไปเมื่อตะวันแย้มดวงส่องแสงแรงกล้า หลังอาหารเช้า เดินทางลงเขาทางทิศเหนือ ผ่านบึงน้ำเขียว สักการะอนุสรณ์แห่งความรัก และเหมืองแร่เก่าที่ยังคงเหลือร่องรอยให้เห็นอยู่ ก่อนที่หนทางจะค่อย ๆ เลียบเลาะไหล่เขาลาดชันและคดเคี้ยวไปมาดั่งงูเลื้อยลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง แวะพักผ่อนทานอาหารเที่ยง ภายใต้เสียงดังครึกโครมและภาพสายน้ำขาวโพลนที่สูงใหญ่ราว 25-30 เมตร ไหลตกลงจากหน้าผา ก่อนเดินเท้าต่อไปราว 500 เมตร ก็ถึงถนนสายแม่สลิด-แม่ระเมิง จากนี้นั่งรถฯเดินทางกลับสู่อุทยานฯ
ก่อนเย็นย่ำเดินทางสู่ม่อนครูบาใส ชมดวงตะวันเคลื่อนคล้อยลับฟ้าทีละนิด ๆ อย่างสุขใจ ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืดของราตรีกาล ทานอาหารเย็น ค่ำคืนนี้จะนอนฟังเสียงต้นหญ้างอกข้าง ๆ เต็นท์/บ้านพัก หรือจะนอนนับดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวเจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้านับล้านดวงก็ตามสบาย
วันที่สี่ของการเดินทาง
05.00 น. - ทานเครื่องดื่มร้อน ๆ และขนมปังรองท้อง แล้วเดินทางสู่ม่อนกิ่วลม ชมทะเลหมอกขาวโพลนที่ลอยเบียดเสียดฟูฟ่องดั่งปุยนุ่นอยู่เหนือลำน้ำเมย ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าและสนุกสนานกับการถ่ายรูปอย่างเป็นสุข ก่อนเดินทางกลับสู่ที่พักเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย หลังอาหารเช้าเดินทางสู่แม่สอด เชิญช้อปปิ้งสินค้าของที่ระลึกริมแม่น้ำเมย ทานอาหารเที่ยงตามอัธยาศัย บ่ายๆเดินทางกลับกรุงเทพฯ แวะสักการะศาลพะวอซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวท้องถิ่นและละแวกใกล้เคียง รวมทั้งเลือกซื้อสรรหากับผลิตผลของชาวไทยภูเขาริมถนนสายแม่สอด-ตาก ทานอาหารเย็นที่นครสวรรค์ และเชิญช้อปปิ้งขนมโมจิและลูกชิ้นปลากรายอันลือชื่อ ไม่ดึกมากนักก็ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ


"เส้นทางสู่ม่อนปุยหมอก"


"แค้มป์บนม่อนปุยหมอก"

"ตะวันตก ณ ม่อนปุยหมอก"
 
การเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง :
  1. เสื้อผ้าที่เหมาะสม, เสื้อกันฝน, เสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาว
  2. รองเท้าผ้าใบสำหรับเดินป่า, รองเท้าฟองน้ำ
  3. ไฟฉาย, กระติกน้ำ, หมอนลม, หมวกกันแดด
  4. ยาแก้โรคประจำตัว (ถ้ามี)
  5. จิตใจของผู้เสาะแสวงหาธรรมชาติอันพิสุทธิ์
       
ไม่ต้องแบกสัมภาระ มีลูกหาบที่ว่าจ้างให้แบกสัมภาระได้
 
แบกสัมภาระเฉพาะของตัวเอง แบกสัมภาระของตัวเอง
รวมทั้งเต็นท์ และถุงนอน (ที่เรามีให้)
       
ค่าใช้จ่าย :
ท่านละ 4,250 บาท (สมาชิก 3,950 บาท)
 
ค่าใช้จ่ายรวม :
(รวมค่ารถตู้ปรับอากาศเดินทางไป-กลับ บ้านพัก/เต็นท์+ถุงนอน 1 คืน อาหาร 8 มื้อ มัคคุเทศก์ ค่าธรรมเนียม เครื่องดื่ม รวมทั้งค่าประกันอุบัติเหตุทุกที่นั่ง ๆ ละ 500,000 บาท)
 
หมายเหตุ :
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ควรออกกำลังกายก่อนการเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ สำหรับค่าลูกหาบแบกสัมภาระขึ้น-ลงภู ท่านต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
 
ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง :
สำนักงานใหญ่ / สาขาราชปรารภ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-19.00 น.
โทร : 0-2245-4211, 0-2247-5371-2 และ 0-2642-4230-1โทรสาร : 0-2640-0020 โดยวางเงินมัดจำท่านละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางล่วงหน้า 10 วัน
 
การชำระเงินค่าบริการ :
ท่านสามารถชำระเงินค่าบริการได้ด้วยตนเอง ณ สำนักงานใหญ่ / สาขาราชปรารภ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-19.00 น. หรือสามารถชำระผ่านบัญชีธนาคารดังนี้ : ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนดินแดง บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ : 128-3-06315-2 ชื่อบัญชี บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด โดยวางเงินมัดจำท่านละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 10 วัน
 
(กรณีการชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร กรุณาส่งโทรสารใบโอนเงินมายังสโมสรฯ ที่เบอร์โทรสาร 0-2640-0020 พร้อมทั้งแจ้งชื่อ-นามสกุล ของผู้ร่วมเดินทางทุกคน และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้)
 
*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 

รูปภาพ และข้อมูลที่ลงใน TRAVEL MART CLUB ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
การคัดลอกส่วนใด ๆ และนำไปเผยแพร่ในทุกรูปแบบ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสโมสรสื่อเดินทาง
และต้องระบุ "ได้รับความเอื้อเฟื้อจากสโมสรสื่อเดินทาง" ด้วยทุกครั้ง เมื่อได้รับอนุญาต

บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด 127/21-22 ถ.ราชปรารภ มักกะสัน ราชเทวี กทม.10400
โทร.0-2245-4211 , 0-2247-5371-2 , 0-2642-4230-1 โทรสาร.0-2640-0020 e-mail : info@e-travelmart.com