| Let's
enjoy nature |
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00091
|
| กิจกรรมศึกษาธรรมชาติเดือนธันวาคม
2551 |
| |
| สำรองบริการ : แบบฟอร์มสำรองบริการ
| สั่งพิมพ์
|
|
| |
|
ดอยม่อนจอง..เสน่ห์แห่งขุนเขา
จ.เชียงใหม่
4-8
ธันวา'51 (29 ธันวา'51 - 2 มกรา'52)
|
|
|
|
"หากสายหมอกและตะวันขึ้นยามเช้านำมาซึ่งความสดชื่นให้แก่ชีวิต
ย่อมไม่มีอะไรที่จะนำมาซึ่งความทรงจำที่ดีให้แก่ชีวิตได้มากไปกว่า
บทบันทึกการเดินทางด้วยตัวของเราเอง"
ดอยม่อนจองตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง
คำว่า "ม่อน" เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง "ดอยหรือเนินเขา"
ส่วนคำว่า "จอง" นั้นภาษาคำเมืองจะออกเสียงว่า "จ๋อง"
หมายถึง "ลักษณะจั่วสามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุด" ซึ่งเรียกตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นยอดเขาและมีหน้าผาสูงชัน
ดอยแห่งนี้มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นภูเขาหินปูนผสมหินทราย หินเซลล์
และหินแกรนิตปะปนกันไป ทำให้ดอยแห่งนี้มีลักษณะตื่นตาตื่นใจ
คือ ไหล่เขาด้านตะวันออกจะค่อย ๆ ลาดลงไปและถูกปกคลุมไปด้วยป่าดิบเขาแน่นขนัด
ส่วนด้านตะวันตกเป็นหน้าผาตัดสูงชันดำทะมึน มองไกลออกไปตามสันเขาแคบ
ๆ ที่เลียบเลาะไปตามไหล่ผาอย่างน่าหวาดเสียวสู่ทิศใต้ก็จะเห็นยอดภูผาดอยม่อนจองที่มีลักษณะคล้ายหัวสิงห์ชูยอดเด่นตระหง่านอย่างน่าเกรงขาม
โดยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 เมตร เป็นดินแดนแห่งพฤกษาและมวลสรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่อย่างอิสระเสรีในป่าผืนใหญ่
อาทิเช่น กวางผาและเลียงผาซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน 2 ใน 15 ชนิดของเมืองไทย
และโขลงช้างป่า เป็นต้น ในช่วงฤดูหนาวนี้จะเป็นช่วงวันเวลาของกุหลาบพันปีที่มีชื่อเฉพาะว่า
"คำแดง" กำลังออกดอกแย้มกลีบบานสะพรั่งเต็มต้นอยู่เป็นดงตามไหล่เขา
|
| |
วันแรกของการเดินทาง
| 18.30 น. - |
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ |
วันที่สองของการเดินทาง
| 05.00 น. - |
แวะซื้อเสบียงอาหารที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
ก่อนเดินทางต่อไปสู่ อ.อมก๋อย |
| 07.00 น. - |
ล้างหน้าล้างตาและทานอาหารเช้าที่ อ.อมก๋อย แล้วเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่ลัดเลาะคดเคี้ยววกวนไปมาตามไหล่เขา
ราว ๆ 9 โมงก็ถึงหน่วยฯ มูเซอร์ จากนั้นเปลี่ยนพาหนะเป็นรถ
4WD ไต่ขึ้นลงไปตามสันเขาที่สูงชันและแคบ ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์
เกือบ 2 ชั่วโมงก็ถึงขุนห้วยปูลิง ทานอาหารเที่ยงแบบปิคนิค
บ่าย ๆ แบกสัมภาระและออกเดินเท้าเลียบเลาะไปตามสันเขาขึ้น
ๆ ลง ๆ ที่ทอดยาวเชื่อมต่อกัน ระหว่างทางจะพบพรรณไม้แปลกตานานาพันธุ์
และมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลและงดงาม หากโชคดีอาจได้พบสัตว์ป่าจำพวกช้างออกมาหากินตามโป่งในหุบเขาลึกเบื้องล่าง
ประมาณ 3-3.30 ชม. ของการเดินเท้า ก็จะถึงจุดตั้งแค้มป์บริเวณตีนดอยม่อนจองซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยเรือนยอดกว้างใหญ่ของป่าดิบเขา
หลังจากตั้งแค้มป์เสร็จสรรพจึงเดินขึ้นสู่ดอยม่อนจอง
ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ทำให้ต้องตื่นตะลึงกับภาพเบื้องหน้าอันสวยงามและแฝงไว้ด้วยความน่ากลัวของขุนเขาแห่งนี้
โดยเฉพาะแนวหน้าผาตัดชันและยิ่งใหญ่ตระการตาทางด้านตะวันตก
ไม่นานนักท้องฟ้าด้านตะวันตกจะเริ่มแปรเปลี่ยนสีสันทีละนิด
ๆ อย่างงดงาม พร้อม ๆ กับดวงตะวันกลมโตที่จะเริ่มค่อย
ๆ ลับหายไปจากขอบฟ้า ค่ำคืนนี้เชิญทานอาหารเย็นแล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
หรือจะนั่งพูดคุยตามประสาคนนอนดึก ก็ตามสบาย |
|

"เลาะเลียบสันเขาสู่ยอดหัวสิงห์แห่งดอยม่อนจองที่อยู่เบื้องหน้า"

"ณ
ยอดหัวสิงห์ มองเห็นหน้าผาชันดิกและสันเขาที่เราเดินมางดงามตา"
|
|

"สนามกอล์ฟช้าง"
|
| วันที่สามของการเดินทาง |
| 06.30 น. - |
อากาศเช้าเย็นยะเยียบกายปลุกให้เราลุกขึ้นจากที่นอน
หลังอาหารเช้า เดินเลียบเลาะไปตามสันเขาที่เหยียดยาวไปทางทิศใต้สู่ยอดดอยม่อนจอง
ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายหัวสิงห์ตั้งเด่นตระหง่านตา ตามทางจะพบต้นกุหลาบพันปีขึ้นอยู่เป็นดงแน่นขนัดและออกดอกแย้มกลีบงดงาม
ทานอาหารเที่ยงแบบปิคนิคบนยอดหัวสิงห์หรือยอดดอยม่อนจอง
บ่าย ๆ เดินกลับที่พัก เย็นย่ำนี้จะชมดวงตะวันตกดินอีกคราก็ตามแต่สะดวก
หลังอาหารเย็น เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย ท่ามกลางเสียงยอดไม้ที่ต้องลมจนดังหวีดหวิวไปทั่วป่า |
|
|

"ทะเลหมอกยามเช้า
ณ สนามกอลฟ์ช้าง"
|

"ดงคำแดง
(กุหลาบพันปี) บนยอดหัวสิงห์"
|

"ทางเดินขึ้นสู่สันดอยม่อนจอง"
|
|
| วันที่สี่ของการเดินทาง |
| 08.00 น. - |
หลังอาหารเช้าเดินเท้าตามเส้นทางเดิมสู่ขุนห้วยปูลิง
เพื่อนั่งรถ 4WD กลับสู่หน่วยฯ มูเซอร์ |
| 12.00 น. - |
อาบน้ำชำระร่างกายและทานอาหารเที่ยงที่หน่วยฯ
มูเซอร์ บ่าย ๆ เดินทางกลับกรุงเทพฯ แวะทานอาหารเย็นตามอัธยาศัยระหว่างทาง |
|
| |
| วันที่ห้าของการเดินทาง |
| 05.00 น. - |
ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |
|
| |
|
| การเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
: |
- เสื้อผ้าที่เหมาะสม, เสื้อแขนยาวกันหญ้าคาบาดหรือพืชมีพิษ
- รองเท้าผ้าใบสำหรับเดินป่า, รองเท้าฟองน้ำ
- ไฟฉาย, กระติกน้ำ, หมอนลม, หมวกกันแดด
- เสื้อกันหนาว, หมวกไหมพรม, ถุงมือ, ถุงเท้าหนา
ๆ
- ยาแก้โรคประจำตัว (ถ้ามี)
- จิตใจของผู้พิชิตที่ชอบเสาะแสวงหาธรรมชาติอันพิสุทธิ์
|
|
|
| |
|
|
|
 |
ไม่ต้องแบกสัมภาระ |
 |
มีลูกหาบที่ว่าจ้างให้แบกสัมภาระได้ |
| |
 |
แบกสัมภาระเฉพาะของตัวเอง |
 |
แบกสัมภาระของตัวเอง
รวมทั้งเต็นท์ และถุงนอน (ที่เรามีให้) |
| |
|
|
|
|
| ค่าใช้จ่าย
: |
| ท่านละ 4,750 บาท (สมาชิก 4,450 บาท) |
| |
| ค่าใช้จ่ายรวม
: |
| (รวมค่ารถตู้ปรับอากาศเดินทางไป-กลับ รถ 4WD อาหาร
8 มื้อ ค่าธรรมเนียม เต็นท์+ถุงนอน 2 คืน เจ้าหน้าที่นำทาง ลูกหาบแบกเต็นท์+ถุงนอน+เสบียงอาหาร
มัคคุเทศก์ เครื่องดื่ม รวมทั้งค่าประกันอุบัติเหตุทุกที่นั่ง
ๆ ละ 500,000 บาท) |
| |
| หมายเหตุ
: |
| - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาธรรมชาติโปรแกรมนี้ควรออกกำลังกายก่อนการเดินทางอย่างน้อย
1-2 สัปดาห์ |
| - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมนี้ต้องแบกสัมภาระของตัวเอง |
| |
|
|
| |
| ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง
: |
| สำนักงานใหญ่ / สาขาราชปรารภ วันจันทร์-เสาร์ เวลา
08.30-19.00 น. โทร : 0-2245-4211, 0-2247-5371-2 และ 0-2642-4230-1
แฟกซ์ : 0-2640-0020 โดยวางเงินมัดจำท่านละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางล่วงหน้า
10 วัน |
| |
| การชำระเงินค่าบริการ
: |
| ท่านสามารถชำระเงินค่าบริการได้ด้วยตนเอง ณ สำนักงานใหญ่
/ สาขาราชปรารภ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-19.00 น. หรือสามารถชำระผ่านบัญชีธนาคารดังนี้
: ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนดินแดง บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ : 128-3-06315-2
ชื่อบัญชี บริษัท สื่อเดินทาง จำกัด โดยวางเงินมัดจำท่านละ 1,000
บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 10 วัน |
| |
| (กรณีการชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร กรุณาส่งแฟกซ์ใบโอนเงินมายังสโมสรฯ
ที่เบอร์แฟกซ์ 0-2640-0020 พร้อมทั้งแจ้งชื่อ-นามสกุล ของผู้ร่วมเดินทางทุกคน
และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้) |
| |
| *ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามความเหมาะสม
โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า |