คลินิกแค้มป์ โดย..หมอแค้มป์..

แตงกวากับนักเดินป่า

 

“แตงกวา”เป็นไม้เถาไม้เลื้อยที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย มีชื่อสามัญว่า“Cucumber” และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า“Cucumis sp.” มีด้วยกันหลากหลายชนิด เฉพาะที่มีขายในเมืองไทยก็มีแตงกวา แตงลูกเล็ก แตงร้าน แตงลูกใหญ่ และแตงกวาญี่ปุ่น ปกติมีผลรูปทรงยาว เปลือกบาง บ้างก็มีสีเขียวเข้ม เขียวอ่อน หรือไม่ก็เป็นริ้วเขียวขาว ส่วนชื่อตามท้องถิ่นนั้นทางเหนือเรียกว่า“มะแตง มะแตงสั้น หรือมะแตงขี้ไก่” ทางอีสานเรียกว่า“หมากแตงกวา หรือบักแตงกัว” ภาษาส่วยเรียกว่า“ไปรแกร” และทางใต้เรียกว่า“แตง หรือแตงกวา” เอาเป็นว่าเหมารวมเรียกทุกสายพันธุ์ว่า“แตงกวา”เพียงคำเดียวก็แล้วกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

แตงกวาเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่นักเดินป่าผู้ชื่นชอบนำอาหารสดไปประกอบทำอาหารกลางป่า มักหาซื้อติดตัวไปด้วยเสมอ เนื่องจากเก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าเสียง่าย และทำอาหารทานได้สารพัดหลายอย่าง หรือแม้แต่ทานเป็นผักสดกับน้ำพริก รวมทั้งหาซื้อกินกันได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะออกผลดกเป็นพิเศษ ทำให้ราคาถูก

ที่สำคัญยังเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย อย่างเช่นน้ำแตงกวามีสารธรรมชาติช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีความชุ่มชื่น หากดื่มเป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมราคาแพงกันเลย และยังช่วยบำรุงเส้นผมให้มีความเงางามเป็นประกาย ไม่หลุดร่วงได้ง่ายอีกด้วย

ในปัจจุบันเครื่องสำอางหลายยี่ห้อ จำพวกโฟมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว หรือในแชมพู ก็มักมีส่วนผสมที่สกัดมาจากน้ำและผลแตงกวา เพราะในทางวิทยาศาสตร์พบว่าผลแตงกวามีกลูโคส ฟรีอะมิโนเอซิด เอ็นไซม์อีเร็พไซม์ วิตามินบีสอง วิตามินซี และยังมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นหอมเย็นๆปนเปอยู่นิดหน่อย อีกทั้งในเมล็ดแตงกวายังมีไขมันของพืชที่เรียกว่า“โอเลอิกเอซิด และไลโนเลอิคเอซิด” ซึ่งสารต่างๆเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อผิวพรรณในการช่วยบำรุงผิว และช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดออกไป เพื่อให้ได้ผิวใหม่ นอกจากนี้แตงกวายังมีเส้นใยชนิดอ่อนช่วยในการขับถ่าย และเชื่อว่าช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ สาวๆที่กลัวอ้วนอย่างน้องในแผนกฯจึงชอบทานแตงกวาอยู่เสมอ

อย่าเพิ่งคิดว่าผู้เขียนกำลังแนะนำเรื่องความสวยงาม แต่อยากบอกว่าเมื่อเดินป่า ควรที่จะมี“แตงกวา”ติดตัวทุกคน ไม่ใช่เพื่อฝานแตงกวาเป็นแว่นบางๆโปะผิวหน้าและบริเวณดวงตา เพื่อให้น้ำจากแตงกวาแทรกซึมสู่ผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมือนอย่างสาวๆที่รักสวยรักงามกระทำกัน

แต่ติดตัวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินขณะอยู่ในป่า ดังต่อไปนี้

  1. ยามขาดน้ำ เราสามารถกินแตงกวาแทนน้ำได้ เพราะแตงกวามีน้ำอยู่มากถึง96% นอกจากให้ความหวานเย็นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆแล้ว ยังช่วยแก้กระหายและเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย รวมทั้งแร่ธาตุโปแตสเซียมที่มีอยู่มากในแตงกวา ยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข้งขามีความยืดหยุ่นดีอีกด้วย
  2. เมื่อมีอาการเป็นไข้ตัวร้อน เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ และปัสสาวะติดขัด การทานแตงกวาสดๆจักช่วยบรรเทาแก้อาการไข้ดังกล่าวได้

  1. หากเกิดอุบัติเหตุเป็นแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก เราก็ใช้มีดตัดปลายด้านหนึ่งของแตงกวา แล้วใช้ช้อนหรือมีดคว้านเอาไส้ในของแตงกวา ออกมาโปะบาดแผลดังกล่าว ความเย็นของไส้ในจักช่วยสมานแผลให้แห้งและลดบรรเทาอาการปวดแสบ
  2. หากถูกผึ้งหรือแมงป่องกัดต่อย หลังจากทำการดึงเหล็กไน รวมทั้งทำความสะอาดบาดแผลด้วยไอโอดีนชนิดเข้มข้น แอลกอฮอล์ หรือด่างทับทิมเป็นที่เรียบร้อย ให้ใช้ไส้ในของแตงกวา โดยเฉพาะเม็ด นำมาตำให้ละเอียด แล้วพอกปิดบาดแผลก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้

เป็นงัยครับ! ประโยชน์ของแตงกวาไม่ใช่มีไว้เพื่อเป็นอาหารหรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพืชสมุนไพรที่นักเดินป่าควรมีติดตัวอยู่เสมอ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….