คลินิกแค้มป์

คลินิกแค้มป์ โดย..หมอแค้มป์..

“ผ้าเช็ดหน้า..ผ้าสารพัดประโยชน์”


ปกติแทบทุกคนมักจะพกผ้าเช็ดหน้าขนาดพอเหมาะติดตัวอยู่เสมอ เพื่อไว้เช็ดปากเวลาทานอาหาร หรือเช็ดหน้าเช็ดตาเมื่อเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ผู้ที่ชอบท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพรและหมู่เกาะแก่งกลางท้องทะเลมักจะนิยมใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีผืนขนาดใหญ่ นอกจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังใช้โพกศีรษะกันแดด คาดปากคาดจมูกกันฝุ่น ใช้พันใบหน้าและคอ(เปิดแต่ตา)เพื่อกันแมลงหรือพืชมีพิษ รวมทั้งใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ คือ ใช้เป็น“ผ้าพันแผล” หากไม่มีผ้าเช็ดหน้าที่มีผืนขนาดใหญ่ก็อาจจะใช้ผ้าขาวม้าทดแทนได้ แต่ค่อนข้างจะยุ่งยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยนำผ้าขาวม้ามาใช้เป็นผ้าพันแผล

1. คุณสมบัติของผ้าเช็ดหน้าที่จะใช้เป็นผ้าพันแผลที่ดี

มีลักษณะ 3 ประการ ได้แก่

(1) ควรเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าดิบฟอกที่ยืดหยุ่นได้

(2) เป็นผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดกว้างยาวประมาณ 35-40 นิ้ว

(3) เนื้อผ้าต้องไม่เป็นผ้าขุยหรือเป็นเส้นใย มิฉะนั้นเวลาที่พันแผลจะทำให้ขุยผ้าหรือเส้นใยพันติดกับบาดแผล และเมื่อแก้ผ้าเช็ดหน้าออก ขุยผ้าหรือเส้นใยจะดึงรั้งปากแผลให้ฉีกกว้างขึ้นและเกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

2. ประโยชน์ของผ้าเช็ดหน้าที่ใช้เป็นผ้าพันแผล

มีประโยชน์ด้วยกัน 3 ประการ ได้แก่

(1) ใช้ห้ามเลือดด้วยการนำผ้ามาพันรัดให้แน่นบริเวณที่มีการฉีกขาดของหลอดเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลออกมามาก ซึ่งอาจทำให้หมดสติและถึงแก่ความตายได้

(2) ใช้สำหรับปิดแผลในกรณีที่แผลนั้นยังไม่แห้งสนิท และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือติดเชื้อได้น้อยที่สุด

(3) ใช้สำหรับยึดหรือพยุงอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ซึ่งได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุ เช่น ตกเขาจนกระดูกหัก ข้อเท้าพลิกหรือแพลง กล้ามเนื้อฉีกขาด เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้แผลบวมอักเสบหรือเกิดความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ทำหน้าที่ผิดปกติกลับมาทำหน้าที่ได้ดังเดิม รวมทั้งช่วยยึดบางส่วนของร่างกายให้มีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด

3. หลักเกณฑ์ทั่วไปขณะพันแผล

มีด้วยกัน 9 ประการ ได้แก่

– ขณะพันแผล..ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายตามปกติ ไม่เกร็ง เพราะเมื่อพันผ้าเสร็จแล้วจะทำให้อวัยวะที่ถูกพัน คงอยู่ในท่านั้น

– ควรพันจากด้านในมาด้านนอก พันจากด้านล่างขึ้นด้านบน และพันจากส่วนที่เล็กไปหาส่วนที่ใหญ่ ที่สำคัญควรดูตามลักษณะบาดแผลนั้นๆ

– ไม่ควรพันให้แน่นหรือหลวมจนเกินไป

– ถ้าต้องพันอวัยวะส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ควรพันอวัยวะส่วนนั้นให้ไปยึดติดกับอวัยวะที่อยู่ใกล้ๆด้วย เช่น การพันแผลที่มือ ควรพันเลยขึ้นไปถึงข้อมือด้วย ซึ่งจะช่วยยึดมิให้มือเคลื่อนไหวมากเกินไป เป็นต้น และควรผูกเงื่อนไว้ทางด้านหน้าของร่างกายด้านที่ปกติ หากบาดเจ็บทั้งสองด้านก็ให้ผูกเงื่อนบริเวณตอนกลาง

– กรณีบาดเจ็บที่แขนหรือขา เวลาพันแผลจะต้องระวังไม่ให้พันปิดทับปลายเล็บมือเล็บเท้า ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรวจสอบระบบการไหลเวียนโลหิตที่ปลายเล็บได้

– กรณีพันแผลเพื่อห้ามเลือดและเพื่อพันยึดปลาสเตอร์ปิดแผลเอาไว้ ให้ผูกเงื่อนเหนือบริเวณสำลีหรือปลาสเตอร์ปิดแผล

– การผูกเงื่อนที่ใช้พันแผล ควรใช้“เงื่อนหิน”เสมอ เพราะจะไม่ทำให้เลื่อนหลุด และตัวเงื่อนมีลักษณะแบนราบ ทำให้คนเจ็บรู้สึกสะดวกสบาย นอกจากนั้นยังสามารถแก้เงื่อนออกได้อย่างง่ายดาย วิธีการผูกเงื่อนหิน ได้แก่

(1) ใช้แต่ละมือจับปลายผ้าพันแผล(หรือผ้าเช็ดหน้า)แต่ละข้างไว้ จากนั้นจับปลายข้างขวาทับข้างซ้าย แล้ววกลอดใต้ปลายข้างซ้ายขึ้นมา(ดูรูปวาด 12)

รูปวาด 12

(2) จับปลายข้างขวาทับปลายข้างซ้ายอีกครั้ง และวกลอดปลายข้างซ้ายขึ้นมา(ดูรูปวาด 13)

รูปวาด 13

– หากบาดแผลนั้นต้องเข้าเฝือก ควรรองชั้นผ้าให้หนามากขึ้นตรงบริเวณระหว่างแขน ขากับลำตัว และบริเวณกระดูกต่างๆของแขนหรือขา(เช่น หัวเข่า หรือข้อเท้า เป็นต้น) ก่อนที่จะเข้าเฝือกและใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแผล

– ทุกๆ 10-15 นาที จะต้องคอบตรวจสอบดูว่าการพันแผลนั้นไม่ได้ไปขัดขวางระบบการไหลเวียนของโลหิตหรือระบบเส้นประสาท ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่สำคัญที่สุด หากพบว่ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ปรากฏขึ้น ให้รีบขยายหรือแก้ผ้าพันแผลออกตามความจำเป็น ได้แก่

(1) คนเจ็บจะรู้สึกปวดแปลบๆ หรือชาที่นิ้วมือนิ้วเท้า

(2) คนเจ็บไม่สามารถขยับเขยื้อนนิ้วมือหรือนิ้วเท้าได้

วิธีการตรวจสอบก็โดยการกดเล็บใดเล็บหนึ่งของมือหรือเท้าที่ถูกพันแผลไว้ จนกว่าเล็บจะกลายเป็นสีขาว เมื่อหยุดกดแล้ว เล็บจะกลับเป็นสีชมพูอีกครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว แสดงว่าเลือดไหลเวียนกลับมาสู่บริเวณนั้นอย่างปกติ(ดูรูปวาด 14) แต่ถ้าเล็บยังคงเป็นสีขาวหรือสีน้ำเงินคล้ำ หรือนิ้วมือนิ้วเท้ามีความเย็นผิดปกติ หรืออาจใช้วิธีการตรวจสอบด้วยการจับชีพจรบริเวณแขนหรือขาที่บาดเจ็บ หากพบว่าชีพจรหยุดเต้นหรือเต้นอ่อนลงเมื่อเปรียบเทียบกับแขนขาที่ปกติ แสดงว่าเราได้ผูกผ้าเช็ดหน้าพันแผลแน่นจนเกินไป

รูปวาด 14

4. การพับผ้าเช็ดหน้าเพื่อทำเป็นผ้าพันแผล

สามารถทำได้ 3 ขนาด ได้แก่ การพับผ้าพันแผลขนาดกว้าง การพับผ้าพันแผลขนาดแคบ และการพับผ้าพันแผลแบบวงแหวน

(1) การพับผ้าพันแผลขนาดกว้าง ใช้สำหรับการพันแขนหรือขาไม่ให้ขยับเขยื้อนหรือเคลื่อนไหวน้อยที่สุดขณะเดินทาง หรือใช้สำหรับการพันเฝือกหรือบาดเจ็บที่หน้าอก(ดูรูปวาด 15-16)

รูปวาด 15

รูปวาด 16

(2) การพับผ้าพันแผลขนาดแคบ ใช้สำหรับการพันแผลที่ข้อต่อ หรือพันแผลรอบๆเท้าและข้อเท้า เพื่อไม่ต้องการให้มีการกระทบกระเทือนกระดูกที่หักบริเวณนั้น วิธีพับก็เช่นเดียวกับรูปวาด 15 แล้วพับลงมาอีกครึ่งทบ(ดูรูปวาด 17)

รูปวาด 17

(3) การพับผ้าแบบวงแหวน ใช้สำหรับการสร้างกำแพงป้องกันรอบๆบาดแผล ซึ่งมีวัตถุแปลกปลอมฝังติดอยู่ เช่น เศษไม้ กระจก เป็นต้น หรือมีกระดูกโผล่ออกมา วิธีการพับก็เช่นเดียวกับรูปวาด 15-16 แล้วนำมาพันรอบนิ้วมือทั้ง 4 นิ้ว ของมือข้างใดข้างหนึ่งเอาไว้ ม้วนปลายผ้าข้างหนึ่งวนรอบนิ้วมือทั้ง 4 นิ้ว จำนวน 1-2 รอบ เพื่อทำเป็นรูปวงแหวน จากนั้นดึงปลายผ้าด้านหนึ่งผ่านวงแหวนขึ้นมา แล้วพันไปรอบตัววงแหวนให้แน่นจนกระทั่งหมดผ้าที่จะพัน ดึงให้แน่นและซ่อนปลาย(ดูรูปวาด 18)

รูปวาด 18

5. การใช้ผ้าเช็ดหน้าทำผ้าคล้องอวัยวะที่บาดเจ็บ

ใช้เพื่อคล้องและป้องกันแขน ข้อมือ หรือมือที่บาดเจ็บ หรือทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้มือหรือแขนขยับเขยื้อน หรือเมื่อมีการบาดเจ็บที่ทรวงอก ซึ่งมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ได้แก่ ผ้าคล้องแขน ผ้าคล้องแบบยกขึ้น และผ้าพันหน้าอก

1. ผ้าคล้องแขน ใช้เมื่อเกิดอุบัติเหตุแขนหักหรือเป็นแผลที่แขน ซึ่งหากปล่อยให้แขนห้อยลงเช่นปกติจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก จึงควรใช้ผ้าเช็ดหน้าคล้องแขนเพื่อให้แขนได้พักและอยู่ในท่านิ่ง ไม่กระทบกระเทือน วิธีทำให้ปฏิบัติดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าสี่เหลี่ยมให้เป็นผ้าสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15 แล้วนำผ้าพาดทรวงอก โดยให้ปลายผ้าด้านฐานพาดข้ามหัวไหล่ของแขนที่ไม่เจ็บ แล้ววกอ้อมด้านหลังของคอไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นยกปลายแขนข้างที่บาดเจ็บให้ขึ้นขวางตั้งฉากแนบกับทรวงอก โดยให้ข้อมือและมืออยู่สูงกว่าข้อศอกเล็กน้อย(ดูรูปวาด 19)

รูปวาด 19

– จับปลายผ้าด้านล่างขึ้นมาทางไหล่ของแขนที่เจ็บ โดยดึงผ้าให้แนบติดกับลำตัวและคล้องแขนที่เจ็บขึ้นไป แล้วมัดปลายผ้าทั้งสองเข้าด้วยกันให้แน่นทางด้านข้างของคอด้วยเงื่อนหิน(ดูรูปวาด 20)

รูปวาด 20

– พับเก็บชายผ้าที่ยื่นออกมาทางข้อศอก โดยซ่อนปลายผ้าเข้าไว้ข้างในของผ้าคล้องแขนทางด้านหน้า แล้วใช้เข็มซ่อนปลาย(หรือที่เรียกว่า“เข็มกลัด”)กลัดปลายผ้าบริเวณเหนือข้อศอก(ดูรูปวาด 21)

รูปวาด 21

– ตรวจสอบระบบการหมุนเวียนของโลหิต หากมีความผิดปกติก็ให้แก้ไขหรือขยับตำแหน่งของผ้าที่คล้องแขนนั้น

2. ผ้าคล้องแบบยกขึ้น ใช้สำหรับกรณีที่มีเลือดออกที่มือ มีการบาดเจ็บแทรกซ้อนเกิดขึ้นที่ทรวงอก หรือมีการบาดเจ็บที่ไหล่ วิธีทำให้ปฏิบัติดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าสี่เหลี่ยมให้เป็นผ้าสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15 แล้วยกปลายแขนข้างที่บาดเจ็บขึ้นพาดขวางทรวงอก โดยให้ปลายมือวางอยู่บนไหล่ด้านที่ปกติ แล้วนำผ้ามาคลุมปลายแขนและมือ ซึ่งปลายผ้าด้านบนจะจรดกับหัวไหล่ด้านที่ปกติ ส่วนปลายผ้าด้านล่างคลุมข้อศอก(ดูรูปวาด 22)

รูปวาด 22

– พับชายผ้าด้านล่างสอดเก็บเข้าใต้ข้อศอก จากนั้นดึงปลายผ้าด้านล่างอ้อมผ่านหลังและวกข้ามมายังด้านหน้าของไหล่ด้านที่ปกติ หากยังไม่เหมาะสมก็ค่อยๆปรับระดับความสูงของผ้าคล้อง แล้วผูกปลายผ้าทั้งสองด้วยเงื่อนหิน(ดูรูปวาด 23)

รูปวาด 23

– พับเก็บชายผ้าด้านล่างที่ข้อศอกสอดเก็บไว้ในผ้าคล้องแขนด้านหน้าให้เรียบร้อย แล้วกลัดผ้าด้วยเข็มกลัด จากนั้นตรวจสอบระบบการหมุนเวียนของโลหิต หากพบว่าผิดปกติก็ให้รีบแก้ไขหรือขยับตำแหน่งของผ้าที่คล้องแขน(ดูรูปวาด 23)

กรณีที่ไม่อาจหาผ้าเช็ดหน้ามาทำเป็นผ้าสามเหลี่ยมพันแผลได้ เราอาจจะประดิษฐ์เครื่องมือชนิดนี้อย่างฉุกเฉินได้ อาทิเช่น ใช้แขนข้างที่บาดเจ็บสอดไว้ในเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อกั๊ก หรือเสื้อเชิ้ต ซึ่งติดกระดุมไว้เพียงราวอก(ดูรูปวาด 24) ; หรือดึงริมชายเสื้อด้านล่างของคนเจ็บขึ้นมาพอประมาณ แล้วใช้เข็มกลัดติดกับตัวเสื้อ(ดูรูปวาด 25) ; หรือใช้เข็มซ่อนปลายกลัดแขนเสื้อข้างที่บาดเจ็บติดกับตัวเสื้อ(ดูรูปวด 26) ; หรือใช้เข็มขัด เนคไท กางเกงรัดรูป ถุงน่อง ถุงเท้ายาว เชือกกล้วย หรือเถาวัลย์ มาทำเป็นผ้าคล้องแขน(ดูรูปวาด 27)

รูปวาด 24

รูปวาด 25

รูปวาด 26

รูปวาด 27

3. ผ้าพันหน้าอก ใช้เมื่อมีการบาดเจ็บที่ทรวงอก วิธีการทำก็คล้ายๆกับผ้าคล้องแขนดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าสี่เหลี่ยมให้เป็นผ้าสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15 แล้วนำมาทาบกับทรวงอก โดยให้ปลายยอดผ้าสามเหลี่ยมข้ามหัวไหล่ด้านที่บาดเจ็บไปทางด้านหลังเล็กน้อย(ดูรูปวาด 28)

รูปวาด 28

– ให้ปลายผ้าด้านยาวหรือด้านฐานทั้งสองข้างสอดเข้าใต้แขนทั้งสอง แล้วผูกปลายทั้งสองทางด้านหลัง(ดูรูปวาด 29) โดยดึงให้แน่นพอควร แต่ต้องให้ปลายผ้าด้านใดด้านหนึ่งเหลือไว้พอประมาณ เพื่อใช้ปลายผ้าดังกล่าวดึงรั้งขึ้นไปผูกกับปลายผ้าด้านบน(ดูรูปวาด 30)

รูปวาด 29

รูปวาด 30

6. การใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแผลที่มือหรือเท้า

ใช้เพื่อพันปิดแผลบางๆที่มือหรือเท้าที่ได้รับบาดเจ็บ เช่น แผลถลอก แผลไหม้ เป็นต้น แต่ต้องไม่พันรัดแน่นจนเกินไป วิธีทำให้ปฏิบัติดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15 แล้ววางมือหรือเท้า(คว่ำ)ข้างที่เจ็บลงตรงกลางผ้าด้านฐาน จากนั้นจับมุมยอดของผ้าพับลงมาจนจรดข้อมือหรือเท้า(ดูรูปวาด 31) หากมือหรือเท้ามีขนาดเล็กก็ควรจะพับด้านล่างของผ้าสามเหลี่ยมขึ้นมาอีก 1-2 ทบ

รูปวาด 31

– จับปลายผ้าสามเหลี่ยมด้านฐานมาไขว้สลับกันบนหลังมือหรือหลังเท้า แล้วดึงปลายผ้าทั้งสองด้านพันวกอ้อมไปรอบมือหรือเท้า ก่อนนำกลับมาผูกเงื่อนหินบนหลังมือหรือหลังเท้าให้แน่น(ดูรูปวาด 32) จากนั้นตรวจสอบระบบการหมุนเวียนของโลหิต

รูปวาด 32

7. การใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแผลที่ข้อศอก

วิธีทำให้ปฏิบัติดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าให้เป็นผ้าสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15-17 แล้วพับฐานของผ้าสามเหลี่ยมขึ้นไปประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วนำผ้าวางทาบบนแผลที่ข้อศอก โดยให้ผู้ป่วยงอข้อศอกเล็กน้อยพอสบาย จับปลายผ้าของฐานทั้งสองด้านสอดไขว้กันทางด้านหลัง ก่อนที่จะดึงปลายผ้าทั้งสองพันรอบแขนและมาผูกเงื่อนหินทางด้านหน้า ซึ่งค่อนไปทางปลายแหลมของผ้าตอนบน(ดูรูปวาด 33)

รูปวาด 33

– พับปลายแหลมของผ้าตอนบนลงมาปิดเงื่อน แล้วใช้เข็มกลัดผ้าให้เรียบร้อย(ดูรูปวาด 34)

รูปวาด 34

8. การใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแผลที่ศีรษะ

เหมาะสำหรับใช้รัดผ้าปิดแผลหรือปลาสเตอร์ปิดแผล แต่ไม่ควรใช้เพื่อห้ามเลือด วิธีทำก็ปฏิบัติดังนี้

– พับผ้าเช็ดหน้าเป็นผ้าสามเหลี่ยมดังรูปวาด 15 แล้วพับส่วนฐานของผ้าสามเหลี่ยมขึ้นไปประมาณ 2-3 นิ้ว วางด้านฐานตอนกลางของผ้าให้คลุมหน้าผาก โดยให้ผ้าส่วนที่พับอยู่ด้านนอก และให้ฐานผ้าอยู่เหนือขอบตาหรือบริเวณคิ้วของผู้ป่วย จากนั้นจัดให้ปลายผ้าทั้งสองข้างเท่ากันและห้อยลงที่ด้านหลังของศีรษะ(ดูรูปวาด 35)

รูปวาด 35

– ดึงริมผ้าที่อยู่รอบๆด้านหลังศีรษะผ่านเหนือหู แล้วพันรอบด้านหลังศีรษะจนชายผ้าไขว้กันที่ต้นคอ จากนั้นดึงปลายผ้าที่ไขว้กันอ้อมต่อมาที่หน้าผาก และมัดปลายทั้งสองข้างด้วยเงื่อนหินที่หน้าผาก โดยให้อยู่บนฐานผ้า(ดูรูปวาด 36)

รูปวาด 36

– ใช้มือข้างหนึ่งจับศีรษะของคนเจ็บไว้ให้มั่นคง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งค่อยๆขยับมุมยอดของผ้าสามเหลี่ยมที่ห้อยอยู่ทางด้านหลังขึ้นมาไปยังส่วนบนศีรษะ และใช้เข็มกลัดผ้าบริเวณนั้นให้แน่น หรือสอดพับปลายผ้าดังกล่าวเข้ากับฐานผ้าทางด้านหลังศีรษะก็ได้(ดูรูปวาด 37)

รูปวาด 37

อาจกล่าวสรุปได้ว่าเมื่อคิดจะไปท่องเที่ยวครั้งใดก็ตาม ควรที่จะมีผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ๆติดตัวไปด้วย ใช่ว่ามันจะหนักหนาสักเท่าไร ไหนจะดูโก้เก๋ แถมยังมีประโยชน์อีกเหลือคณานับ แต่หากไม่มีหรือลืมนำติดตัวไปด้วย และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก็อาจจะใช้ถุงเท้ายาว ถุงน่อง เนคไท กางเกงรัดรูป เข็มขัด หรือตัดฉีกเสื้อผ้าที่เราสวมใส่นั่นแหละทดแทนกันได้ แล้วแต่กรณีของบาดแผล แต่หากผู้ใดไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้คือ“คลินิกแค้มป์”ที่บอกกล่าวให้ทุกคนรู้จักประดิดประดอยใช้สอยสิ่งอื่นๆให้เป็นประโยชน์ เพื่อทดแทนสิ่งที่ไม่มีหรือไม่อาจหาได้ในช่วงเวลานั้น หรือบางคนอาจจะคิดว่าวัสดุดังกล่าวไม่ใช่ผ้าพันแผลเฉพาะกิจและยังสกปรกอีกด้วย ก็ขอแนะนะให้ซื้อผ้าพันแผลสำเร็จรูปตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ผ้าพันแผลชนิดสามเหลี่ยม และผ้าพันแผลชนิดม้วน แต่อย่าลืมนำติดตัวไปด้วยนะ

Leave a Reply